และแล้ว วันสุดท้ายก่อนวันกลับก็มาถึง
เมื่อวานทั้งครอบครัวและญาติๆ ไปกินอาหารทะเลที่หมู่บ้านชาวประมงแถบ Yua Tong ฉันไม่รู้หรอกว่าที่นั่นเรียกว่าอะไร รู้แต่ว่านั่งรถไฟใต้ดินจากอพาร์ตเมนท์น้องสาวไปต่อสายสีม่วงที่ North Point แล้วก็ลงที่ป้ายที่สอง เราสามแม่ลูกมาถึงก่อนเวลา เดินรอบตลาดขายอาหารทะเลสดแทบครบทุกเจ้า แถมเข้าไปนั่งรอผิดร้าน อันนี้เป็นความผิดของคนที่ตลาด น้องสาวของฉันเอาชื่อภาษาจีนให้ดู เธอก็น่ารัก เดินพาไปส่งถึงร้าน เรายังซาบซึ้งในน้ำใจของหล่อนไม่หาย แต่พอความจริงปรากฏ ความปลื้มก็ลดลงพอเป็นพิธี นี่ถ้าไม่เห็นญาติของฉันที่แต่งตัวเป็นเอกลักษณ์ เราคงยังนั่งรออยู่ที่ร้านนั้น หรือไม่ก็เสียค่าโทรศัพท์สื่อสารกันอีกนาน
อาหารมื้อนี้เป็นอาหารมื้อพิเศษฉลองวันเกิดของลูกพี่ลูกน้อง เราสามแม่ลูกบุญหล่นทับ มาเที่ยวฮ่องกงตรงวันเกิดของพี่คนนี้พอดี แม้จะลืมของขวัญวันเกิดตามสไตล์คนเบอะๆ อย่างฉัน แต่เราก็ตามเอาไปให้อีกทีที่ The Pawn (แต่ขอโทษ ความเบอะไม่สิ้นสุด ห่อของขวัญผิดกล่อง กล่องที่ให้ไปเป็นกล่องเปล่า ดีนะ ที่ให้ไปสองกล่อง พี่ผู้มองโลกในแง่ดี เข้าใจว่าเป็นการเล่นมุข ฮาไป แต่ฉันก็จะตามไปให้ที่เมืองไทยแทนล่ะคราวนี้)
กลับมาพูดเรื่องอาหารต่อดีกว่า ตัวอะไรสารพัดที่เราเห็นในตู้กระจก เราได้กินเกือบทั้งหมด (เหลือไว้บ้างน่า สงสารคนจ่ายตังค์)ไม่ว่าจะเป็น หอยหลอดยักษ์ หอยงวงช้างลวก หอยเป๋าฮื้อ (ทำอะไรหว่า จำไม่ได้) หอยเชลล์ (ทำเหมือนหอยหลอดยักษ์) (หมดตระกูลหอยแล้ว) ปลานึ่งซีอิ้ว (ที่ฉันได้กินหัวปลา อันเนื่องมาจากไม่มีใครในทริปกินส่วนอร่อยที่สุดนี้) ยังมีปลาหมึกชุบแป้งทอด (ที่ชิ้นใหญ่หวานอร่อย ไม่เหนียวดังที่คิด)กุ้งลวก กั้งทอดกระเทียมลอบสเตอร์ผัดเอาแต่หัวซุปและปูผัด เนื้อหวานจริงๆ ตบท้ายด้วยข้าวผัดปลาเค็ม (ที่ฉันขอบาย เพราะเมนูก่อนหน้า ฟาดไปซะเหนื่อย หมดแรงกิน)
อาหารทะเลสดนี่มันหวานจริงๆ ที่ติดใจที่สุดเห็นจะเป็นหอยหลอดยักษ์อบวุ้นเส้นและกระเทียม เราได้กินอาหารกันมากมายในราคาย่อมเยา (แต่จะว่าไปก็หัวละประมาณ 400 เหรียญ)เพราะได้คุณ Johnny (เจ้าหน้าที่สถานกงสุลไทยชาวจีนที่พูดไทยคล่องซะจนนึกว่าเป็นคนจีนที่เกิดในเมืองไทย) มาช่วยส่งภาษาและช่วยสั่งอาหารเป็นชุดให้เราได้กินของดีคุ้มราคาอย่างที่สุด คุณ Johnny เป็นคนจีนที่เคยไปทำธุรกิจในเมืองไทย โลกกลมอีกแล้วที่เขาเคยไปทำธุรกิจน้ำปลาที่ระยองและธุรกิจขายยาที่ลพบุรี แถมด้วยทำอะไรก็ไม่รู้ฉันจำไม่ได้ที่กรุงเทพ ฟังแล้วไม่น่าเกี่ยวกับงานสถานกงสุลเลยนะเนี่ย
เจ้าของร้านถ่ายซีรอกซ์เมนูที่พวกเราสวาปาม คาดว่าเอาไว้เป็นตัวอย่างให้คนไทยที่มาเยือนสั่ง แต่เห็นน้องที่มาด้วยกันบอกว่า เขาก็ขอทุกปี แต่เหมือนว่าเอกสารจะหายไปอยู่เรื่อย สรุปแล้วเราต้องพกเมนูส่วนตัวมาด้วยทุกครั้ง อีกเรื่องที่ควรเตรียมคือ น้ำจิ้มซีฟู้ด เพื่อให้ถูกลิ้นคนไทย แต่เชื่อฉันเถอะ อาหารสุดเริดมื้อนี้ ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำจิ้ม ฉันคนนึงล่ะที่ไม่จิ้มอะไรทั้งนั้น ด้วยความสดทำให้เนื้อสัตว์ในทะเลทั้งหลายหวานอร่อยอย่างที่สุด
ตบท้ายด้วยเค้กสัญลักษณ์วันเกิด หน้าเละเพราะหอบมาไกล แต่ไม่ต้องห่วง เราซื้อสตอเบอร์รี่มาแต่งหน้าและข้างเค้กให้ดูดีขึ้นอีกจม แถมฉันยังชอบเทียนรูปตัวอักษรประกอบเป็นคำว่า Happy Birthday น่ารักน่าเก็บเหลือเกิน
ฉันคงจำอาหารมื้อนี้ไปอีกนานทีเดียวล่ะเธอ
ว่าแต่ มีใครสงสัยมั้ยเนี่ย ว่าในสไลด์ไม่มีหอยหลอดยักษ์ ...ก็แน่ล่ะ มันเป็นอาหารจานแรกที่มาถึง ทุกคนหิวหลังจากรออาหารพักใหญ่ พอจานถึงโต๊ะก็ตักเอาตักเอา ลืมซะสนิทว่าควรจะถ่ายรูปเก็บไว้หน่อย หอยหลอดที่บ้านเรากระจิ๋วหลิวจริงๆ ว่าแต่อะไรๆ ที่นี่มันจะ "ใหญ่" หมดมั้ยนะ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2551
วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551
บล้อกมากมายที่อัพในช่วงนี้
ฉันเริ่มเข้าใจความ "ต่าง" ที่ยากจะหาใครเหมือนของฉันได้แล้ว ฉันยอมรับว่ามันเป็นความบ้า หรือเรียกให้หรูอีกนิดก็เป็นความลุ่มหลง แต่เอ ท่าทางจะสุดโต่งเกินไป ฉันว่าเป็นเรื่องของการจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเพลิดเพลินจนหลงลืมสิ่งอื่นรอบตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่จิตใจจดจ่อเป็นการทำอะไรที่ไม่ดี ไม่ได้หลงผู้ชาย หลงข้อมูลจ้า
หลายครั้ง หลายหนที่ฉันเป็นแบบนี้ เหมือนเข้าไปในขุมทรัพย์ทางปัญญา เจอคำตอบหนึ่งซึ่งนำไปสู่สิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่ง แล้วก็สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับมันเรื่องๆ แม้จะง่วงก็บอกตัวเองว่า ขออีกนิดน่า อาจจะเจออะไรที่เด็ดๆ ก็ได้ คราวที่แล้ว ฉันหาตัวอย่างสัญญา เกือบจะเลิกหาแล้ว แต่ในที่สุดก็พบเว็ปไทยใจดี มีสัญญาสารพัดชนิด ด้วยความดีใจ ดาวน์โหลดมาหมดไม่ว่าจะเป็นการทำพินัยกรรม สัญญาฝากขาย สัญญาบ้านเช่า ฯลฯ
ควรจะเข้าเรื่องแล้วเนอะ ที่ตั้งใจจะเขียนตอนนี้คือ อธิบายที่มาที่ไปของบทความสารพัดร่วม 10 บทความเห็นจะได้ และถ้าใครสังเกตุก็จะเห็นลิงค์ไปยังข้อมูลน่าสนใจอื่นๆ ที่ฉันสรุปหรือนำมาเขียนแยกแจกแจงรายละเอียดทั้งหมดไม่ไหว เอาเป็นว่าถ้าใครต้องการมีพื้นฐานข้อมูลเกี่ยวกับประเทศอิหร่าน ผู้หญิงมุสลิม เหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ฉันไปคัดสรร หามาให้แล้วทั้งเว็บไทยและเทศ
และสิ่งที่ประทับใจอย่างยิ่งคือ แผนการเรียนการสอนเด็กระดับมัธยมที่เลือกใช้แพร์ซโพลิส Persepolis เป็นหัวเรื่องในการสอน
ฉันนั่งอ่านแผนแล้ว เป็นการเรียนการสอนแบบบูรณาการจริงๆ ก่อนที่จะให้นักเรียนอ่าน Persepolis ครูจะให้ทำการบ้านโดยการหาข้อมูลเกี่ยวกับอิหร่านในช่วงนั้น สภาพสังคมและวัฒนธรรมเป็นอย่างไร โดยให้รายชื่อเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับคำถามที่ตั้งไว้ล่วงหน้า โดยให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่มและนำเสนอข้อมูลที่ได้รับหน้าชั้นเรียน สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้และฉันเห็นว่าสำคัญกว่า "สิ่งที่รู้ ข้อมูลที่ได้รับ" คือกระบวนการคิด วิธีอ่าน การสรุปความ เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นฟังอย่างกระชับ โดยใช้สไลด์ประกอบ เป็นการบังคับให้เรียนรู้การใช้โปรแกรมนำเสนอรายงานอย่าง Power Point อย่างเป็นธรรมชาติ แผนการสอนที่ได้ออกแบบไว้ มีเครื่องไม้เครื่องมือ และข้อมูลที่นักเรียนจำเป็นต้องใช้ แต่ไม่ใช่ในลักษณะการป้อน เป็นการแนะแนว บอกทาง แต่ต้องเดินไปเอง พบอุปสรรคเอง แก้ปัญหาเอง แล้วท้ายที่สุดประสบการณ์ก็จะสอนนักเรียนผู้นั้นเอง เธอลองคลิกไปตามลิงค์บทความที่ผ่านๆ มาของฉันก็จะสามารถเข้าไปดูแผนการสอนได้โดยละเอียดจ้ะ
นอกจากแผนการสอนมหัศจรรย์ที่ฉันเจอแล้ว ก็ยังมีข้อมูลในเชิงลึกที่ฉันรับรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้หญิงอิหร่าน ข้อมูลที่ดูเหมือนจะขัดกันเองในที ตกลงตัดสินอะไรอย่างชัดเจนไม่ได้หรอกนะ ต้องดูว่ามองในมุมไหน ดีใจกับคนอิหร่านด้วยที่มีรองประธานาธิบดีเป็นผู้หญิง ขนาดเมืองไทยยังมีแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเท่านั้น เว็บของ BBC ยาวเหยียดที่ฉันโพสต์ไว้ ให้ข้อมูลได้ดีมากสำหรับคนที่ไม่เคยสนใจการเมืองตะวันออกกลางเลยอย่างฉัน สงครามเป็นเรื่องของอำนาจ แต่ผู้ที่เดือดร้อนคือประชาชน และตราบใดที่ตะวันออกกลางยังเป็นแหล่งน้ำมันหลักของโลก พลังงานเป็นขนมที่หอมหวานเย้ายวนสำหรับชาติมหาอำนาจ
หาข้อมูลไปมา กลับพบว่าประเทศที่ต้องอยู่ในภาวะสงครามอยู่เป็นนิจกลับมีธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างที่งดงาม ฉันถึงกับทำสไลด์เป็นออนไลน์ทัวร์โดยณัฐพัดชา ดูไปถึงโปรแกรมทัวร์อิหร่าน เพิ่งรู้อีกเช่นกันว่าคนอิหร่านมาเที่ยวเมืองไทยใกล้แสนคนต่อปีแล้ว ส่วนคนไทยเพิ่มไปไม่กี่หมื่นคนต่อปี ฉันเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปอิหร่านจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพิ่งมีเว็บไซต์การท่องเที่ยวอิหร่านเป็นภาษาไทยที่ให้ข้อมูลน่าสนใจเมื่อปีที่แล้ว ฉากใน Persepolis หลายตอนพูดถึงสถานที่ๆ ฉันนำมาทำสไลด์ เช่น เทือกเขาอัลบอร์ซ สกีรีสอร์ท สุเหร่า หรือแม้แต่ถนนหนทางทั้งในชนบท ระหว่างเมืองและในกรุงเตหะรานช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวก็งดงามกลบภาพสงครามภายในใจฉันได้โดยสิ้นเชิง
ฉันรวบรวมลิงค์มากมายตามที่กล่าวถึงข้างบน เว็บและบล้อกของแฟนๆ หนังสือและหนังการ์ตูนแพร์ซโพลิส Persepolis เรียกว่า ดูกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว
และท้ายสุด เป็นบทความที่เหมือนเขียนขึ้นมาเพื่อให้ฉันค้นพบ จากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรธรรมสถาน ถึงประสบการณ์ตรงกับผู้หญิงอิหร่านทั้งในประเทศไทยและประเทศอิหร่าน มุมมองเดียวกันของผู้หญิงที่แตกต่างทั้งเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม แต่มี "ใจเดียวกัน" คือใจที่อุทิศตนเพื่อเด็กและผู้หญิง (ไม่ใช่นางงาม แต่งามทั้งนอกและใน) การพูดถึงปัญหามุสลิมทางใต้ ทำให้ฉันหัวใจพองโตด้วยความรู้สึกว่าฉันอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศเข้าใจคนไทยมุสลิมทางภาคใต้มากขึ้นผ่านภาพการ์ตูนขาวดำ ที่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเราต้องตัดสินทุกอย่างให้เป็นดำ หรือ ขาว เพียงแค่ความเข้าใจ อาจจะทำให้เกิดความอัศจรรย์ขึ้นในแผ่นดินทองผืนนี้ก็ได้นะ
ฉันอาจจะหวังมากไป อะไร้ หนังสือการ์ตูนสองเล่มเล่าเรื่องผู้หญิงที่แก่นกล้า ก๋ากั่น ทำสิ่งผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแน่นอนว่าเธอไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนไทย แต่เธอก็คือผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่มีเลือดเนื้อ ผู้หญิงที่ตั้งใจจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต ไม่ว่าจะล้มเหลว ผิดพลาดมาสักกี่ครั้ง ในเมื่อการอ่านเรื่องราวของเธอ ก่อเกิดปฏิกิริยาสั่นสะเทือน ให้ฉันหันมาเป็นนักแปลหนังสือครั้งแรกในชีวิต ทำให้ฉันสนใจการเมือง ทำให้ฉันสนใจเรื่องราวของประเทศตะวันออกกลาง อยากรู้จักทำความคุ้นเคยกับคนมุสลิม ได้สัมผัสและได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนมุสลิมชาวอิหร่านที่ผ่านประสบการณ์คล้ายคลึงกับมาร์จี้นางเอกของเรื่อง การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว การเอาตัวรอดในยามคับขัน ผลกระทบที่เกิดกับประชาชนที่อยู่ดีๆ ธนาคารก็อายัดเงินในบัญชี เพียงเพราะเขาเป็นคนอิหร่าน...
ฉันแค่อยากให้พี่น้องคนไทยเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เคารพในความต่าง หาหนทางประนีประนอม ฉันเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ ขอให้ได้มีการเริ่มต้น อย่างน้อยๆ ลองเปิดดูสักหน่อยสิว่า ทำไมผู้หญิงอิหร่านต้องสวมผ้าคลุมผมที่เรียกกันว่าฮิญาบ มันมีความหมายอย่างไร พวกผู้หญิงเขาอยากใส่กันรึเปล่า ถ้าไม่ใส่แล้วผลตอบรับเป็นอย่างไร แล้วหลายๆ สิ่งอาจจะผุดขึ้นมา สำหรับฉันตอนนี้ ฉันดีใจจังที่ฉันขี่จักรยานได้ ใส่เสื้อผ้าสีๆ แต่ขณะเดียวกัน ถ้าฉันไปฟ้องตำรวจว่ามีใครมาพูดจาดูถูกฉัน ใครคนนั้นคงไม่ถูกโบยหรือจับขังเหมือนที่อิหร่านสมัยนั้นเป็นแน่
แล้วก็ใช้วิจารณญาณตัดสินดูนะคะ ว่า Persepolis เป็นหนังสือที่คุณคิดไม่ผิดที่เลือกอ่านรึเปล่า
หลายครั้ง หลายหนที่ฉันเป็นแบบนี้ เหมือนเข้าไปในขุมทรัพย์ทางปัญญา เจอคำตอบหนึ่งซึ่งนำไปสู่สิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่ง แล้วก็สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับมันเรื่องๆ แม้จะง่วงก็บอกตัวเองว่า ขออีกนิดน่า อาจจะเจออะไรที่เด็ดๆ ก็ได้ คราวที่แล้ว ฉันหาตัวอย่างสัญญา เกือบจะเลิกหาแล้ว แต่ในที่สุดก็พบเว็ปไทยใจดี มีสัญญาสารพัดชนิด ด้วยความดีใจ ดาวน์โหลดมาหมดไม่ว่าจะเป็นการทำพินัยกรรม สัญญาฝากขาย สัญญาบ้านเช่า ฯลฯ
ควรจะเข้าเรื่องแล้วเนอะ ที่ตั้งใจจะเขียนตอนนี้คือ อธิบายที่มาที่ไปของบทความสารพัดร่วม 10 บทความเห็นจะได้ และถ้าใครสังเกตุก็จะเห็นลิงค์ไปยังข้อมูลน่าสนใจอื่นๆ ที่ฉันสรุปหรือนำมาเขียนแยกแจกแจงรายละเอียดทั้งหมดไม่ไหว เอาเป็นว่าถ้าใครต้องการมีพื้นฐานข้อมูลเกี่ยวกับประเทศอิหร่าน ผู้หญิงมุสลิม เหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ฉันไปคัดสรร หามาให้แล้วทั้งเว็บไทยและเทศ
และสิ่งที่ประทับใจอย่างยิ่งคือ แผนการเรียนการสอนเด็กระดับมัธยมที่เลือกใช้แพร์ซโพลิส Persepolis เป็นหัวเรื่องในการสอน
ฉันนั่งอ่านแผนแล้ว เป็นการเรียนการสอนแบบบูรณาการจริงๆ ก่อนที่จะให้นักเรียนอ่าน Persepolis ครูจะให้ทำการบ้านโดยการหาข้อมูลเกี่ยวกับอิหร่านในช่วงนั้น สภาพสังคมและวัฒนธรรมเป็นอย่างไร โดยให้รายชื่อเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับคำถามที่ตั้งไว้ล่วงหน้า โดยให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่มและนำเสนอข้อมูลที่ได้รับหน้าชั้นเรียน สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้และฉันเห็นว่าสำคัญกว่า "สิ่งที่รู้ ข้อมูลที่ได้รับ" คือกระบวนการคิด วิธีอ่าน การสรุปความ เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นฟังอย่างกระชับ โดยใช้สไลด์ประกอบ เป็นการบังคับให้เรียนรู้การใช้โปรแกรมนำเสนอรายงานอย่าง Power Point อย่างเป็นธรรมชาติ แผนการสอนที่ได้ออกแบบไว้ มีเครื่องไม้เครื่องมือ และข้อมูลที่นักเรียนจำเป็นต้องใช้ แต่ไม่ใช่ในลักษณะการป้อน เป็นการแนะแนว บอกทาง แต่ต้องเดินไปเอง พบอุปสรรคเอง แก้ปัญหาเอง แล้วท้ายที่สุดประสบการณ์ก็จะสอนนักเรียนผู้นั้นเอง เธอลองคลิกไปตามลิงค์บทความที่ผ่านๆ มาของฉันก็จะสามารถเข้าไปดูแผนการสอนได้โดยละเอียดจ้ะ
นอกจากแผนการสอนมหัศจรรย์ที่ฉันเจอแล้ว ก็ยังมีข้อมูลในเชิงลึกที่ฉันรับรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้หญิงอิหร่าน ข้อมูลที่ดูเหมือนจะขัดกันเองในที ตกลงตัดสินอะไรอย่างชัดเจนไม่ได้หรอกนะ ต้องดูว่ามองในมุมไหน ดีใจกับคนอิหร่านด้วยที่มีรองประธานาธิบดีเป็นผู้หญิง ขนาดเมืองไทยยังมีแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเท่านั้น เว็บของ BBC ยาวเหยียดที่ฉันโพสต์ไว้ ให้ข้อมูลได้ดีมากสำหรับคนที่ไม่เคยสนใจการเมืองตะวันออกกลางเลยอย่างฉัน สงครามเป็นเรื่องของอำนาจ แต่ผู้ที่เดือดร้อนคือประชาชน และตราบใดที่ตะวันออกกลางยังเป็นแหล่งน้ำมันหลักของโลก พลังงานเป็นขนมที่หอมหวานเย้ายวนสำหรับชาติมหาอำนาจ
หาข้อมูลไปมา กลับพบว่าประเทศที่ต้องอยู่ในภาวะสงครามอยู่เป็นนิจกลับมีธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างที่งดงาม ฉันถึงกับทำสไลด์เป็นออนไลน์ทัวร์โดยณัฐพัดชา ดูไปถึงโปรแกรมทัวร์อิหร่าน เพิ่งรู้อีกเช่นกันว่าคนอิหร่านมาเที่ยวเมืองไทยใกล้แสนคนต่อปีแล้ว ส่วนคนไทยเพิ่มไปไม่กี่หมื่นคนต่อปี ฉันเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปอิหร่านจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพิ่งมีเว็บไซต์การท่องเที่ยวอิหร่านเป็นภาษาไทยที่ให้ข้อมูลน่าสนใจเมื่อปีที่แล้ว ฉากใน Persepolis หลายตอนพูดถึงสถานที่ๆ ฉันนำมาทำสไลด์ เช่น เทือกเขาอัลบอร์ซ สกีรีสอร์ท สุเหร่า หรือแม้แต่ถนนหนทางทั้งในชนบท ระหว่างเมืองและในกรุงเตหะรานช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวก็งดงามกลบภาพสงครามภายในใจฉันได้โดยสิ้นเชิง
ฉันรวบรวมลิงค์มากมายตามที่กล่าวถึงข้างบน เว็บและบล้อกของแฟนๆ หนังสือและหนังการ์ตูนแพร์ซโพลิส Persepolis เรียกว่า ดูกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว
และท้ายสุด เป็นบทความที่เหมือนเขียนขึ้นมาเพื่อให้ฉันค้นพบ จากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรธรรมสถาน ถึงประสบการณ์ตรงกับผู้หญิงอิหร่านทั้งในประเทศไทยและประเทศอิหร่าน มุมมองเดียวกันของผู้หญิงที่แตกต่างทั้งเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม แต่มี "ใจเดียวกัน" คือใจที่อุทิศตนเพื่อเด็กและผู้หญิง (ไม่ใช่นางงาม แต่งามทั้งนอกและใน) การพูดถึงปัญหามุสลิมทางใต้ ทำให้ฉันหัวใจพองโตด้วยความรู้สึกว่าฉันอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศเข้าใจคนไทยมุสลิมทางภาคใต้มากขึ้นผ่านภาพการ์ตูนขาวดำ ที่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเราต้องตัดสินทุกอย่างให้เป็นดำ หรือ ขาว เพียงแค่ความเข้าใจ อาจจะทำให้เกิดความอัศจรรย์ขึ้นในแผ่นดินทองผืนนี้ก็ได้นะ
ฉันอาจจะหวังมากไป อะไร้ หนังสือการ์ตูนสองเล่มเล่าเรื่องผู้หญิงที่แก่นกล้า ก๋ากั่น ทำสิ่งผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแน่นอนว่าเธอไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนไทย แต่เธอก็คือผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่มีเลือดเนื้อ ผู้หญิงที่ตั้งใจจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต ไม่ว่าจะล้มเหลว ผิดพลาดมาสักกี่ครั้ง ในเมื่อการอ่านเรื่องราวของเธอ ก่อเกิดปฏิกิริยาสั่นสะเทือน ให้ฉันหันมาเป็นนักแปลหนังสือครั้งแรกในชีวิต ทำให้ฉันสนใจการเมือง ทำให้ฉันสนใจเรื่องราวของประเทศตะวันออกกลาง อยากรู้จักทำความคุ้นเคยกับคนมุสลิม ได้สัมผัสและได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนมุสลิมชาวอิหร่านที่ผ่านประสบการณ์คล้ายคลึงกับมาร์จี้นางเอกของเรื่อง การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว การเอาตัวรอดในยามคับขัน ผลกระทบที่เกิดกับประชาชนที่อยู่ดีๆ ธนาคารก็อายัดเงินในบัญชี เพียงเพราะเขาเป็นคนอิหร่าน...
ฉันแค่อยากให้พี่น้องคนไทยเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เคารพในความต่าง หาหนทางประนีประนอม ฉันเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ ขอให้ได้มีการเริ่มต้น อย่างน้อยๆ ลองเปิดดูสักหน่อยสิว่า ทำไมผู้หญิงอิหร่านต้องสวมผ้าคลุมผมที่เรียกกันว่าฮิญาบ มันมีความหมายอย่างไร พวกผู้หญิงเขาอยากใส่กันรึเปล่า ถ้าไม่ใส่แล้วผลตอบรับเป็นอย่างไร แล้วหลายๆ สิ่งอาจจะผุดขึ้นมา สำหรับฉันตอนนี้ ฉันดีใจจังที่ฉันขี่จักรยานได้ ใส่เสื้อผ้าสีๆ แต่ขณะเดียวกัน ถ้าฉันไปฟ้องตำรวจว่ามีใครมาพูดจาดูถูกฉัน ใครคนนั้นคงไม่ถูกโบยหรือจับขังเหมือนที่อิหร่านสมัยนั้นเป็นแน่
แล้วก็ใช้วิจารณญาณตัดสินดูนะคะ ว่า Persepolis เป็นหนังสือที่คุณคิดไม่ผิดที่เลือกอ่านรึเปล่า
ป้ายกำกับ:
การเรียนการสอน,
คำชี้แจง,
งานของฉัน,
ณัฐพัดชา,
ท่องเที่ยว,
แพร์ซโพลิส,
Persepolis
วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551
ประวัติศาสตร์อันยาวนานของอิหร่านที่น้อยคนจะรู้
Azadi Monument (Freedom Monument) in Tehran, Iran“ถัดจากห้วงแห่งความคิด คือท้องทุ่งกว้าง ฤาเราจะพบกันที่นั่น” รูมี นักปรัชญาชาวเปอร์เซีย (1207-1273)
หลายพันปีมาแล้วที่ชาวเปอร์เซียสรรสร้างความงาม หลายร้อยปีก่อนหน้าความศิวิไลซ์อย่างที่เรารู้จักจะเกิดขึ้น ชนเผ่าอารยันที่อพยพเข้ามาในดินแดนแถบนี้ได้นำเลือดใหม่เข้ามาผสมผสานในดินแดนของชาวอิหร่านและทางเหนือของอินเดีย เลือดใหม่นำมาซึ่งภาษาสันสกฤตอันเป็นภาษาแม่ของภาษาในตระกูลอินโด-ยูโรเปียนทั้งหมด และการผสมผสานทางความคิดก็ก่อให้เกิดคัมภีร์พระเวท อุปนิษัท และพระพุทธเจ้า ชาวเปอร์เซียเป็นต้นธารแห่งความศิวิไลซ์ ที่ลำเลียงเลือดเนื้อ ความคิด ศิลปะ และความเชื่อทางศาสนา ไปสู่ตะวันออกและตะวันตกของโลก ความเชื่อโบราณของเปอร์เซียใช่เพียงส่งผลอิทธิพลต่อศาสนายูดาย คริสต์ และอิสลามเท่านั้น หากแต่เป็นหนึ่งในปรัชญาศีลธรรมขั้นสูงสุดตลอดกาลของแนวคิดที่ว่า ชีวิตคือการต่อสู้ดิ้นรนเพียงชั่วครู่ชั่วยามระหว่างแสงสว่างและความมืดมน ความถูกต้องและความผิด ความดีและความชั่ว และมนุษย์พึงต่อสู้เพื่อแสงสว่าง และช่วยให้เทพแห่งแสงสว่าง (Ahura Mazda) มีชัยในสงครามอันยิ่งใหญ่ซึ่งมีขอบเขตกว้างไกลทั่วจักรวาลและมีระยะเวลายาวนาน สงครามนี้ทำให้มนุษย์แต่ละคนมีความหมาย คุณค่า และเกียรติภูมิที่ไม่สูญลับแม้เมื่อชีพดับสูญ
สองพันห้าร้อยปีผ่านไปนับตั้งแต่ชาวเปอร์เซียสร้างจักรวรรดิแรกสุดของโลกขึ้น ในตอนนั้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการจารึกว่า จักรวรรดิอันไพศาลเกือบเท่าสหรัฐอเมริกามีการปกครองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพ โครงข่ายการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว การขนย้ายสินค้าและการสัญจรของผู้คนได้รับการอารักขาอย่างดีตามถนนหลวง และแม้กระทั่งช่วงที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยกทัพเข้ามารุกรานและยึดครองดินแดนนี้ พระองค์ทรงประทับใจในศิลปวัฒนธรรมและไมตรีจิตของชาวเปอร์เซีย ความละเมียดละไมและสง่างามของชีวิต ไม่เพียงเท่านั้น ความงามและความอ่อนน้อมของผู้หญิงอิหร่านก็ทำให้อเล็กซานเดอร์มหาราชละทิ้งแนวคิดของการพิชิตชัย และเสนอให้มีการผสานเลือดเนื้อและความศิวิไลซ์ของกรีกและเปอร์เซียเข้าด้วยกัน กระทำตนเป็นแบบอย่างให้เหล่าทหารหาญโดยเข้าพิธีอภิเษกกับสตรีเปอร์เซีย
ไม่นานต่อมา ก็มีเหล่าผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่อีกหลายพระองค์ รัฐบาลที่มีระเบียบแบบแผน และการสร้างสรรค์งานศิลปะ วัสดุทุกประเภท ตั้งแต่ผืนแพรละเอียดอ่อนจนถึงเหล็กหรือทองแดงที่แข็งแกร่งที่สุด ผ่านการรังสรรค์ของช่างผู้ชำนาญและการออกแบบที่ประณีต ซึ่งปัจจุบันเป็นแรงบันดาลใจทางศิลปะที่ส่งอิทธิพลต่อการตกแต่งแบบไบเซนไทน์และเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในเปอร์เซียอิสลาม
การรุกรานของชาวอาหรับส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของพัฒนาการทางวัฒนธรรม แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงร้อยปี ชาวเปอร์เซียก็เอาชนะชาวอาหรับผู้รุกรานได้ ชาวเปอร์เซียปฏิบัติต่อชาวอาหรับเฉกเช่นชาวกรีกปฏิบัติต่อชาวโรมัน ศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์กลายเป็นศรัทธาใหม่สำหรับชาวเปอร์เซีย มีการสร้างนักภาษาศาสตร์ นักไวยากรณ์ นักพจนานุกรมศาสตร์ และนักประวัติศาสตร์ ขึ้นมาเพื่อพลิกฟื้นวรรณกรรมยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) ต่อมาไม่นาน ห้องสมุดประชาชนที่เมืองเรย์ก็ต้องใช้แคตาล็อกสำหรับจดชื่อหนังสือในห้องสมุดนั้นถึงสิบเล่มใหญ่ๆ เมืองเมรีมีห้องสมุดถึง 10 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีหนังสือ 12,000 เล่ม ในช่วงต้นๆ หรือเพียงศตวรรษที่สามของยุคมุสลิม ชาวเปอร์เซียก็มีนักประวัติศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง อัล-ตาบารี และเมื่อ 900 ปีที่แล้ว นักปราชญ์ชาวเปอร์เซีย อิบนุ มิซกะวัยฮ (Ibn Miskawayh) ได้จารึกสิ่งซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์สากลเล่มแรกของโลกจากมุมมองทางปรัชญา
ไม่มีชนชาติใดในประวัติศาสตร์ อาจยกเว้นเพียงชาวญี่ปุ่น ที่มีกวีมากเท่าเปอร์เซีย โอมาร์ คัยยาม, ฮาเฟซ ซาอิด, รูมี และ แฟร์ดอว์ซี เป็นเพียงตัวอย่างของกวีชาวเปอร์เซียชื่อก้องโลก มหากาพย์ชอห์นอแมร์ Shahnameh หรือตำนานวีรกษัตริย์ของแฟร์ดอว์ซีเป็นหนึ่งในผลงานเอกของวรรณกรรมโลกซึ่งไมมีงานเขียนใดที่มีการประพันธ์ บรรยาย หรือนำเสนอ จะงดงามทัดเทียมมหากาพย์ Shahnameh ที่แสนพิเศษสุด ซึ่งได้รับการเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์หรือของสะสมส่วนบุคคล
ยังไม่ได้กล่าวถึงความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของแพร์สโพลิส Persepolis โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ และภาพสลักอันมโหฬาร ยังไม่ได้กล่าวถึงภาพสลักหินของชาวเปอร์เซียจากสมัยพระเจ้าดารีอัสที่หนึ่งถึงชาปูร์ที่สอง และยังไม่ได้กล่าวถึงซากปรักที่หลงเหลือเพียงเสี้ยวของศิลปะแบบเปอร์เซียที่ชาวตุรกี ชาวมองโกล และกองทัพทาร์ทาร์ทิ้งไว้ ชาวเปอร์เซียปฏิบัติต่อผู้ยึดครองเหล่านี้เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อชาวอาหรับ เปอร์เซียเปลี่ยนผู้รุกรานจากทหารหาญให้เป็นศิลปิน
ชาวมองโกลผู้รุกรานย่ำยีความรุ่งเรืองเหลือไว้เพียงซาก ทำลายคลองส่งน้ำบำรุงผืนดิน กวาดล้างห้องสมุดที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของชาวเปอร์เซีย เปอร์เซียกลับตอบแทนการกระทำของผู้ทำลายด้วยการเปลี่ยนชาวมองโกล...เช่นเดียวกับผู้รุกรานกลุ่มอื่น...ให้เป็นผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและผู้สรรสร้างงานศิลปะ
เมืองทาบริซ (Tabriz) ที่มั่งคั่งจากการค้าระหว่างแดนมองโกลทางตะวันออกกับหัวเมืองต่างๆ ของทะเลดำ เป็นไปได้ว่าชาวมองโกลใช้เส้นทางนี้นำศิลปะการพิมพ์จากจีนเข้ามา ทาบริซจึงพิมพ์ธนบัตรเองได้ในปี ค.ศ. 1294 คงไม่ต้องกล่าวถึงสุเหร่าอันยิ่งใหญ่มากมายที่สร้างขึ้นและถูกทำลายที่ทาบริซ จากการสังเกตการณ์อันโด่งดังที่ Maragha ใกล้ทาบริซ ที่ซึ่งในปี 1259 ฮูลากูข่าน (Hulagu)แนะนำนักดาราศาสตร์ชั้นนำชาวจีนให้โลกมุสลิมได้รู้จัก และเมืองมหาวิทยาลัยที่สร้างขึ้นบริเวณตอนใต้ของทาบริซ โดยนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ราชิด อัล-ดิน ในช่วงต้นศตวรรษที่ 14 ของคริสตกาล ทั้งยังเคยกล่าวไว้ว่า “ไม่มีการกระทำใดที่จะยอดเยี่ยมไปกว่าการสนับสนุนวิทยาศาสตร์และปรัชญา...เพื่อให้นักปราชญ์สามารถสร้างผลงานได้อย่างเต็มที่ปราศจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ”
เธอเคยเห็นมุมนี้ของอิหร่านมั้ย ติดตามต่อไปนะ ว่าฉันจะหันมุมไหนของอิหร่านให้เธอมองอีก...
ถอดความจากบทความของ Will Durant โดยคำแนะนำของ Dr. Reza Rafaei
ศึกษาในเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติการศึกษาอิสลามได้ที่นี่
หรือไปเที่ยวอิหร่านก็ลองดูข้อมูลจากเว็บนี้นะจ๊ะ
ป้ายกำกับ:
งานของฉัน,
ณัฐพัดชา,
ท่องเที่ยว,
ประวัติศาสตร์,
แพร์ซโพลิส,
อิหร่าน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



