แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Persepolis แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Persepolis แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ช่อดอกไม้เจ้าสาว-นางงาม-มินิบุค

ง่ายๆ ตรงไปตรงมา ระหว่างที่น้องนักศึกษาชูมินิบุค แพร์ซโพลิสเวอร์ชั่น 2 (ที่นำเรื่อง "ผัก" มาไว้แทน "ฮิญาบ" ของเวอร์ชั่นแรก อีกทั้งรวมความคิดเห็นจากผู้อ่านแพร์ซโพลิสเวอร์ชั่นภาษาไทยของคุณวีระกิจและคุณนุ้ย เรายังจัดให้โหวตลงคะแนนที่http://www.gammemagie.com/ ว่าอยากให้กำมะหยี่จัดพิมพ์หนังสือเล่มใดของมาร์จอเน่ ซาทราพิ เป็นเล่มต่อไป) โบกสะบัดและวางกระจายตามจุดประชาสัมพันธ์ของงานมหกรรมหนังสือ เปิด DVD Persepolis rerun มันทั้งวัน ยัยผู้แปลแวะไปแป๊บ ดูแลให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบร้อย แวะไปยิ้มหวานกับบรรดาเจ้าของบูธผู้ใจดีที่น่ารัก ยินดีให้กำมะหยี่นำหนังสือไปฝากขาย อันได้แก่ บูธ สนพ.วงกลม L01 บูธ พี่แป๊ด M16 (ชื่อโหดมากแต่จำแม่นที่สุด) บูธอัลเธอร์เนทีฟ ไรเตอร์ N 07 และบูธผู้พิมพ์หนังสือของเราทุกเล่ม คุณจ้อก P11 อ้อ เกือบลืม บูธร้านนายอินทร์ผู้จัดจำหน่ายหนังสือของสำนักพิมพ์กำมะหยี่ทุกเล่ม และยังยินดีให้กำมะหยี่ยึดพื้นที่นักเขียนพบนักอ่านเปิด DVD Persepolis พร้อมแจกมินิบุคกับผู้มาเยี่ยมเยือน

พูดไปตั้งยาว จะบอกว่า ทำงานแล้วนะ ถึงไปงานแต่งงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาน่ะ หมู่นี้ไม่ค่อยได้อัพบล้อก ด้วยไม่รู้ว่าจะเลือกเรื่องไหนมาเล่าก่อนดี เอ หรือจะเอาไปใส่ไว้ในบล้อกส่วนตัว แต่ถ้างั้นบล้อกณัฐพัดชา ก็คงจะแห้งเหี่ยวไม่มีข้อมูลจนกว่าจะคึกคักกับหนังสือเล่มใหม่นินา ก็ตอนนี้ยัยณัฐพัดชา ไปทำหลายหน้าที่เหลือเกิน เราจะเอาเรื่องเบื้องหลังการเข้าไปอยู่ในแวดวงนางงามมาเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะ ว่าแต่ ใครยังอยู่ในวัยที่ประกวดได้ ถ้าสนใจอยากเป็นนางสาวไทยที่ไม่ได้ไปประกวดเวทีไหนต่อ เมื่อได้ตำแหน่งนางสาวไทยแล้วก็ได้ตำแหน่งทูตวัฒนธรรมและทูตการท่องเที่ยวไปในตัว เป็นตัวแทนของททท ในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวไทยในต่างแดนและร่วมกิจกรรมอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นนางสาวไทยที่งามด้วยปัญญา ไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำประกวดด้วยล่ะ แถลงข่าววันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2551 ที่แฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน บ่ายสองโมง รับสมัครตั้งแต่วันแถลงข่าวถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่เว็บ mcot.net หรือติดต่อสื่อสารองค์กร ช่อง 9 อ.ส.ม.ท.

ขึ้นชื่อว่าช่อดอกไม้เจ้าสาว ขอย้อนไปเรื่องงานแต่งงานเมื่อวันศุกร์หน่อยนะเธอ ฉันได้คว้าได้ช่อดอกไม้ของเจ้าสาวที่โยนให้สาวที่อยากแต่งงานทั้งหลาย ด้วยความที่ก้านยาว จึงเอื้อมมือคว้าช่อดอกไม้แดงได้ก่อนเพื่อน ด้วยฤทธิ์ไวน์ขาวหลายแก้วอยู่ทำให้ความเป็นคนใจดีไม่มีเหลือ เมื่อคว้าได้ ก็ต้องยื้อยุดมาเป็นของฉัน แอบยิ้มเล็กๆ ให้สาวอีกคนที่คว้าปลายช่อเดียวกันด้วย

กลับบ้านแล้วจะโหลดรูปช่อดอกไม้แห่งอนาคตมาให้ดูนะจ๊ะ เอาใจช่วยณัฐพัดชาด้วย เผื่อจะได้ "นายทุนทำหนังสือ" ให้

แถมท้ายด้วยความเชื่อเรื่องช่อดอกไม้ของเจ้าสาวจาก yahoo ค่ะ

++What is the reason for the bride to throw her flower bouquet?

++it used to be superstition that anyone who got something from the bride would have good fortune in finding a mate (thus who catches it gets married next)People used to chase the bride and groom to try to take something form her (like pieces of dress etc.) so brides got smart and threw their boquet to distract the people. also it considered good luck at finding a mate if you stole the brides stockings so people would try to steel them as well, the garter was used to hold up the stockings and brides would throw the garter to distract them as well. thus comes the garter toss.The luck of the bride also comes in with the someting new, old, borrowed, and blue. the something borrowed is suposed to be something from a bride with a successful marriage so that the luck would be passed on to the new bride.GodBless!

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2551

PERSEPOLIS…ตราบรากเหง้าเราหยั่งลึก

โดย ผู้จัดการออนไลน์
8 ตุลาคม 2551 00:11 น.

...เสรีภาพเป็นสิ่งที่เราได้มาพร้อมกับความสูญเสีย...

เป็นเพียงน้ำเสียงหนึ่งของ PERSEPOLIS ผลงานการ์ตูนน่าอ่าน โดย Marjane Satrapi (ฉบับภาษาไทย แปลโดย ณัฐพัดชา สำนักพิมพ์ กำมะหยี่) นับเป็นการ์ตูนเรื่องเยี่ยมที่จะทำให้คุณตระหนักถึงความหมายของคำว่า ‘ชีวิต’...


ชีวิต...ในความหมายที่มิใช่เพียงการขีดวาดลากเส้นให้ตรง โดยไม่สะดุด หกล้ม พลาดพลั้ง บาดเจ็บ ทุลักทุเล แล้วเดินไปตามทางนั้นกระทั่งถึงจุดหมายซึ่งวาดหวังให้เป็นไป


หากคือชีวิตที่จำต้องออก ‘เดินทาง’ เพื่อค้นหา ทำความเข้าใจ และยอมรับกฎเกณฑ์ของโลกแห่งความเป็นจริง แม้ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณจะบอบช้ำบาดเจ็บ เต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์...


ไม่ว่าร่องรอยทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น เป็นผลพวงที่ได้รับจากสมรภูมิรบ แดนมิคสัญญีคุกรุ่น หรือจากคนรอบข้างในท่ามกลางโลกกว้างอันแสนเคว้งคว้างว่างเปล่า


อ่านต่อได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

ความเห็นผู้อ่านแพร์ซโพลิส Feedback from Persepolis Readers

อีเมลจากผู้อ่านเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับคนที่นำเสนอผลงาน ผู้อ่านหนังสือที่ฉันแปล ส่งข้อความด้วยใจมาว่า ชอบที่ฉันไม่ได้ถอดเสียงคำอ่านชื่อของผู้เขียนเหมือนกับที่อ่านกันในภาษาอังกฤษ ว่า มาร์จาน (Marjane) ก็เพราะฉันยึดตามเพื่อนชาวอิหร่านที่น่ารักที่สุด เมื่อใดที่ขอความช่วยเหลือเรื่องการออกเสียงให้ถูกต้องตามแบบที่คนอิหร่านพูดกัน เขาคนนั้นไม่เคยอิดออดช่วยเหลือฉันเป็นอย่างดี แล้วฉันก็เขียนคำอ่านภาษาไทยของชื่อผู้เขียนว่า มาร์จอเน่ แบบที่ต้องมานั่งตกลงกับบรรณาธิการและพิสูจน์อักษรว่า ฉันจะเก็บไม้เอกไว้อย่างนี้ล่ะ ก็ต้องคอยแก้กันเพราะเราก็แปลแล้วก็อ่านไปตามประสา ก่อนที่จะมาสอบถามการออกเสียงที่ถูกต้องจากเจ้าของภาษา

อีกหนึ่งความประทับใจจากพนักงานในร้านประจำของฉันที่นำนิยายภาพเรื่องนี้ไปอ่านระหว่างทางกลับบ้าน และอ่านซ้ำถึงสองรอบ พร้อมกับเล่าให้ฉันฟังถึงความสนใจเกี่ยวกับเรื่องสินสอดที่ต้องให้กับครอบครัวของผู้หญิงก่อนที่จะฆ่า ฟังแล้วอาจจะงง ก็ถือว่าเป็นการพยายามพูดให้ไปซื้อหนังสือมาอ่านแล้วกันนะคะ 555

วันนี้ระหว่างที่ฉันนั่งรอผู้ร่วมใช้แรงงานแบกหามหนังสือ ก็ได้พูดคุยกับรปภ. ซึ่งเคยอ่านมินิบุคแพร์ซโพลิสแล้ว เขาถามถึงหนังสือภาคสอง โดยเข้าใจว่า 10 หน้าที่เขาได้อ่านจากมินิบุคเป็นเล่มแรก ฉันเลยชี้แจงแถลงไขให้ฟังว่านั่นเป็นเพียงตัวอย่างค่ะ เล่มหนึ่งกับเล่มสองก็เลยเดินทางจากรถของฉันมาเป็นหนังสือที่มอบให้อ่านสำหรับส่วนกลาง แค่อ่านไป 10 หน้า รปภ.คนฉลาดก็บอกถึงความคล้ายคลึงกับชีวิตของเขามาให้ฉันฟังเรียบร้อย ชีวิตที่ถูกกดดัน และเรื่อยจนถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่เด็กจนหนีแม่มาเผชิญชีวิตด้วยตนเองในกรุงเทพตั้งแต่อายุ 13 ปี พอฉันขออนุญาตนำเรื่องของเขามาเขียน เขาก็ไม่ใคร่จะเต็มใจนัก ฉันเลยขอเล่าให้ฟังเพียงแค่นี้แล้วกันนะ ระหว่างนั้นเองมีสาวน้อยในชุดนักศึกษาเดินมาที่ Reception เห็นหนังสือสองเล่มที่ฉันเอามาให้อ่านกันฟรีๆ เธอตัดสินใจซื้อทันทีเพราะเคยได้อ่านมินิบุคที่ฉันนำมาวางให้หยิบอ่านแล้ว เธอถามว่าหนังสือออกเมื่อไหร่ ฉันก็ว่าออกแล้ว ถ้าจะมีใครอยากได้อีกก็ติดต่อได้เลยนะคะ แถมเขียนเว็บบล้อกนี้ให้เธอไว้ด้วยเผื่ออยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพร์ซโพลิสและอิหร่าน

เมื่อวานไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม้เพื่อนฉันจะรอ (ถูกฉันบังคับให้)ซื้อจากฉัน แต่ก็ได้ความว่าเธอๆ ช่วยฉันโดยการฟอร์เวิร์ดอีเมลไปยังคนที่ชอบอ่านหนังสือและคนที่อ่านแล้วก็บอกว่ามันเป็นหนังสือที่ดี จะมีใครปลื้มไปกว่าฉันเป็นไม่มี

ไปแอบดูว่าที่ Thailand Book Tower จัดวางหนังสือฉัน ณ ที่ใด แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกับหนังสือประเภทที่ไม่ตรงใจฉันนัก แต่ก็โดดเด่นเป็นสง่า เดินเข้าไปก็เห็นทันที จะไปคาดหวังอะไรนักหนา ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว (เนอะ)

วันนี้ไปรับหนังสือเพื่อนำมาขายในงานมหกรรมเห็นสต๊อกหนังสือของสายส่งมากมายเต็มไปหมด หนังสือฉันเป็นเหมือนเม็ดทรายในมหาสมุทร ต้องขอบคุณคุณอาร์ทที่ออกแบบปกให้ได้น่าสนใจ แตกต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ หาง่าย คราวนี้พอฉันตัดสินใจทำหนังสือของคุณมาร์จอเน่เล่มต่อๆ ไป ฉันเลยบอกคุณอาร์ทล่วงหน้าว่า ช่วยคิดหน้าปกของหนังสือเล่มต่อไปด้วยเลยนะคะ ความหมายและเรื่องราวแรงแบบแตกต่างจริงๆ ประมาณว่าพ่อแม่ของณัฐพัดชาต้องอ้าปากหวออีกตามเคย

แปลไปได้ครึ่งเล่มแล้วค่ะ จะรีบดูแลให้หนังสือลงสู่แผงด้วยคุณภาพแน่นปึก ตามไปดูทุกขั้นตอนเหมือนเคยค่ะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจ แม้เพียงไม่กี่อักษรหรือคำพูดไม่กี่คำ แต่มันทำให้หัวใจของณัฐพัดชาพองโตแต่ไม่ถึงกับปริแตกค่ะ พองกำลังตึงๆ ไม่หย่อนไม่ยาน 55

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2551

แพร์ซโพลิสวางแผงทั่วประเทศนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป

โปรดทราบ...ท่านสามารถซื้อหนังสือแพร์ซโพลิสได้ที่ร้านนายอินทร์ โรงหนัง House RCA และร้านขายหนังสือหน้า Tops ค่ะ สำหรับร้านหนังสืออื่นๆ อาจจะช้านิดนึงนะคะ แต่ถ้าหาซื้อไม่ได้ก็สั่งผ่าน gammemagie@gammemagie.com ได้ค่ะ

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551

Persepolis จัดเรท



แพร์ซโพลิส การ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ที่ควรได้รับคำแนะนำในการอ่าน

วันที่ 11 กันยายน หนังสือการ์ตูนที่เขียนขึ้นจากความทรงจำวัยเด็กของผู้หญิงคนหนึ่งจะมีชีวิตขึ้นในภาคภาษาไทย มาร์จอเน่ ซาทราพิ อาจเป็นเด็กหยาบคาย เป็นนักเรียนตัวร้าย เป็นพั้งค์ เป็นผัก เป็นผู้หญิงก๋ากั่น และเป็นอะไรอีกหลายอย่าง แต่โดยพื้นฐานแล้ว เธอเป็นเพียงเด็กหญิงคนหนึ่งที่พยายามจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดิ้นรนและแสวงหา...การดำรงอยู่ของตัวตนทั้งภายในและภายนอก

เราอยากให้คุณโยนอคติเกี่ยวกับความแตกต่างทั้งหลาย เพศ วัฒนธรรม ศาสนา สงคราม และการเมือง ทิ้งไป และใช้ความรู้สึกเพียวๆ ของการเป็นมนุษย์ในการทำความรู้จักกับเธอ เรามั่นใจว่าถ้าอ่านจนจบ คุณจะเห็นการต่อสู้ของคนเล็กๆ ในสังคมที่เปลี่ยนแปร - ชีวิตที่ปราศจากอิสรเสรีภาพในสังคมที่กดขี่และปิดกั้น และชีวิตที่ไร้ตัวตนในสังคมที่เปี่ยมไปด้วยเสรี - แล้วคุณจะเข้าใจและรักเธอ

เราก็แค่หวัง...ว่าหนังสือเล่มเล็กๆ สองเล่มที่ออกในวันอันมีนัยโหดร้ายวันนั้น จะมีอิทธิพลและส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ในทิศทางตรงข้าม ทะลุเปลือกนอกและอคติทั้งปวง ด้วยเชื่อมั่นในอัศจรรย์ของมนุษย์
+++

แพร์ซโพลิส จากแอนิเมชั่นชื่อดังสู่หนังสือภาคภาษาไทย

บันทึกความทรงจำเล่มเล็กๆ สองเล่มที่ผู้ใหญ่ทุกคนที่มีหัวใจควรอ่าน




วันที่ 11 กันยายน สำนักพิมพ์กำมะหยี่เปิดตัวหนังสือแปลชุดที่สอง แพร์ซโพลิส การ์ตูนอัตชีวิตประวัติของมาร์จอเน่ ซาทราพิ นักเขียนการ์ตูนชาวอิหร่านที่ใช้ชีวิตปัจจุบันในฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อเดียวกันและได้รับรางวัลจากงานประกวดภาพยนตร์ที่เมืองคานส์มาแล้ว

แพร์ซโพลิส คือบันทึกความทรงจำวัยเด็ก วัยรุ่น จนย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ของมาร์จอเน่ “มาร์จี้” ซาทราพิ เรื่องราวที่เธอได้ประสบและตั้งคำถาม ทั้งสิทธิเสรีภาพ สงคราม และการสูญเสียจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศ ไปจนถึงวิธีคิดและการดิ้นรนแสวงหาเพื่อปรับตัวเข้าสู่สังคมและวัฒนธรรมของเธอเอง

แพร์ซโพลิส คือชื่อเมืองหลวงเก่าของเปอร์เซีย จักรวรรดิอันรุ่งเรืองยุคโบราณที่มีประวัติความเป็นมาหลายพันปี ดินแดนแห่งนี้ผ่านการยึดครองของชนชาติต่างๆ ทั้งกรีก เติร์ก มองโกล และชนเผ่าอาหรับผู้มาพร้อมกับศาสนาอิสลาม และในทศวรรษ 1970-1980 ดินแดนนี้ได้เผชิญการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเข้มข้น ทั้งการล้มล้างพระเจ้าชาห์และการปฏิวัติอิสลาม อันนำไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปี 1979 และตามมาด้วยระบอบการปกครองที่เข้มงวด และสงครามอิรัก-อิหร่าน

ถึงแม้ฉากและเหตุการณ์ใน แพร์ซโพลิส จะเกี่ยวข้องกับศาสนาและการเมือง เพราะทั้งสองอย่างนั้นคือปัจจัยสำคัญในการดำรงอยู่ของสังคมและมนุษย์อย่างแยกไม่ออก แต่เนื้อหาแท้จริงของเรื่องกลับเป็นการต่อสู้ที่จะมีชีวิตที่ดีและมีความสุข การดิ้นรนและแสวงหา ลองผิดลองถูก และความกล้าที่จะ “เผชิญ” และ “ใช้” ชีวิต ซึ่งมาร์จอเน่เขียนได้อย่างสนุก มีสีสัน และณัฐพัดชาก็ถ่ายทอดเป็นภาษาไทยได้อย่างชวนติดตาม

“เราอยากให้ผู้อ่านโยนอคติเกี่ยวกับความแตกต่างทั้งหลาย เพศ วัฒนธรรม ศาสนา สงคราม และการเมือง ทิ้งไป และใช้ความรู้สึกเพียวๆ ของการเป็นมนุษย์ในการทำความรู้จักกับมาร์จี้ มองผ่านเปลือกนอกเข้าไปสัมผัสการต่อสู้ของผู้คนกลุ่มหนึ่งในสังคมหนึ่ง ซึ่งเป็นความรู้สึกสากลที่เกิดขึ้นกับใครในสังคมใดก็ได้” อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง เจ้าสำนักกำมะหยี่ กล่าว

ก่อนหน้านี้ กำมะหยี่ได้ส่งเรื่องสั้นสัญชาติไทยสองเล่ม เด็กหญิงมุกประดับ และ คณิตศาสตร์ (รส.) ของ 10 เดซิเบล และ ราตรีมหัศจรรย์, ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย, แกะรอย แกะดาว ผลงานแปลสามเล่มของนักเขียนญี่ปุ่น ฮารูกิ มูราคามิ และจะนำความอัศจรรย์ในแง่มุมต่างๆ ของมนุษย์มานำเสนอต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและพูดคุยเกี่ยวกับมาร์จี้และเรื่องราวของเธอได้ที่ 02 270 3942, 081 985 3838, และเว็บไซต์ http://http://www.gammemagie.com/ หรือเว็บบล็อก http://gammemagie.blogspot.com/
+++

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

VCD Persepolis in Thai

ส่งรูปมาให้ดูกันก่อนนะจ๊ะ ทั้งหน้าโฆษณา

ปกหน้า

ปกหลัง
และหน้าตา VCD

จัดจำหน่ายโดย Happy Home Entertainment ค่ะ

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2551

การตลาดแบบแพร์ซโพลิส Persepolis Marketing Campaign

ฉันแค่คิดว่าอาจจะมีนิสิตนักศึกษาที่เรียนด้านการตลาดแวะเวียนเข้ามาที่บล้อกนี้ เขาและเธอน่าจะได้ประโยชน์นอกเหนือจากความบันเทิง นั่นก็คือได้ไอเดียไปใช้ในการทำรายงาน หรือบางคนที่ทำงานด้านมาร์เก็ตติ้งอาจจะได้ลองนำการตลาดแบบมัธยัสถ์แต่ได้ผล พิสูจน์แล้วในระดับโลก ไปลองใช้ดู ในเมื่อฉันหามาให้ถึงที่แล้ว รบกวนอ่านจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ฉันคัดลอกมาจากเว็บนะจ้ะ
+++
North American Marketing Campaign for Persepolis
April 14, 2008
Marketing
Marketing Case-Studies – Persepolis (2008)
Sandy Mandelberger

Persepolis [trailer, film focus] has been one of the major critical successes on the arthouse circuit this past season. The animation format has made it a draw for young people and family viewing, while the film’s French-language origins (and voices by such iconic French superstars as Catherine Deneuve and Danielle Darrieux) have also attracted the traditional arthouse crowd.
(The article continues below - Commercial information)

The film already had an established American co-producer in place at the time of production. The Kennedy/Marshall Company, headed by Frank Marshall and Kathleen Kennedy, have produced such blockbusters as The Bourne Identity, The Bourne Ultimatum, The Bourne Supremacy, Munich, Sea Bisquit and The Sixth Sense. The company has broadened its production slate with international co-productions, including this year’s The Diving Bell and the Butterfly [trailer] (directed by Julian Schnabel), and has several European co-productions on tap for the coming year, including Suite Française, an adaptation of Irene Nemirowsky’s best-selling novel about life during the French Occupation, and Django, a biopic on the life of the legendary French Gypsy guitarist Django Reinhardt, with an original screenplay by Janus Cercone.

Persepolis had its world premiere at the 2007 Cannes Film Festival, where it came to the attention of the twin heads of Sony Pictures Classics, a specialty film division of Sony Pictures that has been active for the past twenty years in the release of Europe, international and American independent films. The company, co-headed by Tom Bernard and Michael Barker, have been the driving force behind such celebrated European films as Women On The Verge Of A Nervous Breakdown (1988), Danzon (1991), Howard’s End (1992), Indochine (1992), Orlando (1993), La belle époque (1994), Farinelli (1995), Nil By Mouth (1997), Ma vie en rose (1997), Run Lola Run (1998), All About My Mother (1999), The Devil’s Backbone (2001), Va Savoir (2001), Talk To Her (2002), Goodbye Lenin! (2003), Monsieur Ibrahim (2003), Layer Cake (2004), Angel-A (2005), Volver (2006) and The Lives Of Others (2006). The company is currently releasing such important European films as Molière [trailer], The Counterfeiters [trailer], And When Did You Last See Your Father? [trailer], Brick Lane [trailer] and Youth Without Youth.

Sony Pictures Classics had prior experience in handling an animated film from France. In 2003, they released The Triplettes de Belleville [trailer] by Sylvain Chomet. The film opened in November 2003 and had a theatrical run of over six months, grossing more than $7 Million in the United States. Ironically, that film only grossed $3 Million in all of Europe, including France, so the United States box office was more than double. The film was nominated for two Oscars, for Best Animated Feature and Best Song (Belleville Rendez-Vous), winning neither. However, it was the first time that a non-English language film was nominated in the Best Animation category, which had traditionally been dominated by such companies as Disney and Pixar.

The release of The Triplettes Of Belleville belies the strategy that Sony Pictures Classics takes with almost all of its films. They utilize what is called a “platform release”, opening in just a few cinemas in New York, Los Angeles and San Francisco, to generate positive critical response and “word of mouth”. Their strategy is to keep the films on screens for as long as possible, giving the audiences the chance to discover them. Therefore, their advertising budgets are relatively small and tend to be cooperative ads (advertising several of their films at the same time). Budgets are adjusted accordingly, with the idea that keeping the film in at least one theater per city will eventually be worth the costs and will allow the film to build its awareness, amidst a dizzying schedule of Hollywood and international releases every week.

The North American launch of Persepolis was at the Toronto International Film Festival in September 2007. The Festival has become the major launching pad for releases for the season, building critical awareness that leads into the awards season that begins in October/November. The film also had a prominent premiere at the New York Film Festival in early October, a boutique festival that only shows 25 films in total. Its inclusion and embrace by New York film critics set up the film’s eventual theatrical release two months later.

Persepolis opened on 21 December 2007 on seven screens. This was a risky strategy, since the Hollywood studios release their biggest titles for awards consideration in the busy Thanksgiving/Christmas/New Year’s period at the end of the calendar year. However, the end of the year release made good marketing sense, because it dovetailed with the announcement of various film critics awards and the selection of Persepolis as the official French entry in the Academy Award race. The film was nominated for a Golden Globe Award as Best Foreign Language Film, as well as winning prizes from the Los Angeles and New York critics associations and the National Review. When the Oscar nominations were announced in the middle of January, the film was passed over in the Best Foreign Film category but did secure a place in the Best Animation category.

Building on the end-of-year critics nods and the Oscar nomination, Sony Pictures Classics expanded the release to 58 theaters in late January and kept building the number of theaters in the run-up to the Oscar ceremonies in late February. In its 9th week of release in late February 2008, the film was playing on over 500 screens in the US and Canada, already having grossed almost $4 million since its late December opening. When it lost out to Ratatouille for Best Animated Film, the film cut back on its release to 75 theaters for most of March and down to 30 theaters the first week of April. To date, the film has grossed nearly $5 Million in theatrical dollars.

But this is not the end of the story. Sensing that the film had broader appeal beyond the standard foreign-language film audience, Sony Pictures Classics is releasing an English-language version of the film on 11 April on 100 screens nationwide. The English-language version features the voices of Chiara Mastroianni as Marjane; Sean Penn as Marjane's father; Catherine Deneuve as Marjane's mother; Gena Rowlands as Marjane's grandmother; Iggy Pop as Uncle Anouche; and Amethyste Frezignac as young Marjane. It was recorded under the direction of co-directors Marjane Satrapi and Vincent Paronnaud as the French-language version of the film was being completed.

The outcome is far from certain that this English-language version will succeed, since the film has already tapped most of its core audience (those interested in French films). However, by positioning the film in non-arthouse multiplexes, the film may indeed have another life in its English-language incarnation. If Sony Pictures Classics can keep the film on screens for another 2 or 3 months in total, it may indeed gross double what it has already, inching up to the $10 Million mark, which would be a major success. It remains to be seen which version will eventually be sold to television and to the home video/dvd market. Probably the company will follow a dual strategy of releasing the original version for European film aficionados and the English language version for a broader audience. By following this strategy, the distributor has revitalized the box office chances for a film that has been one of the most successful European films of the season.

Persepolis’s French producers gave us an Interview about their own marketing strategy.
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Case Study: Persepolis (March 2008)

Cartoon, the European Association of Animation Film Former Head of business affairs at France 3 Cinéma, Marc-Antoine Robert has been in the movie business for 10 years. In 2004 he created 2.4.7. Films with Xavier Rigault. Persepolis [trailer, film focus] is their first production. Persepolis won the Jury Prize at the 2007 Cannes Film Festival and has been sold worldwide.

In 1996, Marc Jousset founded the studio Je Suis Bien Content with Franck Ekinci. a polyvalent director ranging from commercials to institutional films, he develops his own projects in parallel, and supervises production of short films at JSBC. From 2005 to 2007, he was technical director and executive producer of the animated film Persepolis, written and directed by Marjane Satrapi and Vincent Parronaud.
(The article continues below - Commercial information)


Can you detail the various stages in the production of Persepolis?
The film is completely atypical and original. We found ourselves with the most un-glamorous pitch imaginable: an animated film in black and white telling the story of a young Iranian girl, for adults. But because we had an excellent scenario, we decided to send it out just as it was, and it worked. We were able to raise the financing of 6 million € relatively easily, given the challenge the film represented. And the production took 14 months, which is really very short.

Did you bank on the Cannes Festival for the success of this project?
As this was a very unusual film, we decided not to communicate on it: a total blackout. Three months before the selection for the Cannes Festival, we released information to only 2 prestigious publications, the New York Times and Telerama, where we appeared on the cover. Despite the very strong impact and requests for interviews, we resisted the temptation and remained in control of our communication. The aim was to create expectation, interest, and mystery around Persepolis. In Cannes we continued this strategy. As we knew we had a film that stood out on its own, we arranged a single showing at 4 pm, which is really not usual practice. The idea was to create a «buzz» around the film. Moreover, we were fortunately not mistaken, as the film was applauded for 25 minutes at the end of the projection, and became a true event.

And you continued your communication in an original manner?
We asked ourselves the question, looking at the core of our target audience. On the one hand these were people who had already read Persepolis the illustrated book and on the other, the internauts who gave life to the film via Myspace, by creating a "buzz" on the Internet. The day following the Cannes showing, we organised previews in many French towns, inviting the most active booksellers, readers and Net surfers. And word of mouth did the rest.

What was your international strategy?
Everything began at Cannes 2006. We succeeded in making a presale to the American studio Sony Classics, uniquely on the basis of the scenario, which is extremely rare. When other potential buyers knew of this, we had many demands, but we arranged to rendezvous with them at Cannes the following year, 2007. I hardly dare imagine the situation if we had not been selected for the Festival. The whole strategy rested on that. And it worked; 24 hours after the 2007 Cannes showing, we had sold the rights for the entire world.

How did the actual film-making take place?
We decided to do all of it in Paris; from A to Z, creation was at Je suis Bien Content, our little studio, where we had to put a larger structure in place. The tendency is to de-localize animation work; we did the opposite. We recruited and trained talented people leaving colleges and schools of fine arts…

We set out to make an animation film, but it was completely envisaged as a film of fiction. Therefore we shunned all the stereotypes of animation; the work of montage was essential to give the film its rhythm. Our film had many dialogues and was quite static. We got the dynamic back into the script with atypical cutting for a film of animation, with characters speaking off, with cuts in mid-sentence…

What was your option for the animation technique?
We immediately put aside the "cartoon" style, which was out of the question, we did not want deformation of features, and obviously we went towards a realistic animation, but graphically very stylised. A great deal of work went into research on the movement of the characters, as well as the finalisation of the images. We tried several animation techniques, 3D, 2D on a graphics palette, but we were not convinced we had complete control of the characters and their appearance; therefore we opted for traditional 2D. We could treat the image very strongly on a hierarchical basis, with characters in strongly contrasted black and white, with decors more in greys and texture.

In what way was Marjane Satrapi involved?
She was there all the time. This permitted us to make decisions rapidly and efficiently. Marjane did not know the animation profession, but she immersed herself totally in the making of the film, with the energy and concentration we expected of her. It is she who created the 600 characters; she made an absolute point of maintaining the authenticity of the characters, with a true respect for the people she had known.

You succeeded in bringing together an impressive voice casting...
To us, it is a source of pride to have voices such as Catherine Deneuve, Chiara Mastroianni, Danielle Darrieux and Gabrielle Lopez. Given the reactions we had to this aspect of the film, we realised that we were not mistaken!

Cartoon Master Potsdam, Germany, November 2007

Persepolis Advertisement (in Cartoons too!!)


มันก็ง่ายๆ อย่างชื่อเรื่องแหละค่ะ



ในเมื่อเราจะขายการ์ตูน ก็โฆษณาเป็นการ์ตูน



อ่านแล้วก็จะรู้เรื่องราวคร่าวๆ ของแพร์ซโพลิส (Persepolis)



ถ้ามองเห็นไม่ชัด คลิกที่รูป แล้วจะมีหน้าต่างป๊อปอัพให้ดูรูปที่ใหญ่ขึ้นค่ะ ขอให้สนุกกับหน้าโฆษณา Persepolis นะคะ ;)

From Marjane's trip to America

ระหว่างที่ยายบ้าข้อมูลชื่อณัฐพัดชา สอดส่ายสายตามองหารูปงามๆ ของมาร์จอเน่สำหรับนำมาขึ้นบล้อก เธอก็คล้ายจะเจอรูปพร้อมเรื่องราวบันทึกการเดินทางไปโปรโมทหนังสือ Persepolis ที่สหรัฐอเมริกาของแม่มาร์จี้ตัวแสบในสายตาใครหลายคน อาจจะถึงขั้นเป็นนางปีศาจร้ายที่เห็นดังภาพซ้ายมือ ฉันเล่าพอให้เธอรู้ว่ามาร์จอเน่พูดถึงอะไรบ้างในการไปเยือนประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาที่มีประเด็นทางการเมืองกับประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของเธอนะ สไตล์เดิมแหละ แปลบ้างไม่แปลบ้าง

เมื่อปี 2003 มาร์จอเน่รู้สึกกลัวอยู่เหมือนกันเมื่อต้องไปสหรัฐอเมริกา ในยามนั้นประธานาธิบดีบุช 'จัดการ' อิรักเรียบร้อยแล้ว เป้าหมายต่อไปก็คงจะเป็น 'axis of evil' (ฉันเรียกว่า 'ขั้วอธรรม' ละกันนะเธอ) อย่างอิหร่านและเกาหลีเหนือ

การที่เธอมาจากประเทศฝรั่งเศสก็ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างเท่าใดดอก เพราะฝรั่งเศสก็เป็นเหมือนขั้วอธรรมแบบไม่เป็นทางการสำหรับสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว จะอย่างไรก็ตาม นั่นเป็นสิ่งที่เธอเข้าใจเอาเองจากสิ่งที่รับรู้ผ่านสื่ออย่างทีวีและหนังสือพิมพ์ ถึงขนาดจะเปลี่ยนชื่อ French Fries เป็น Freedom Fries ต่อต้านสินค้าจากฝรั่งเศส กระทั่งเทไวน์ฝรั่งเศสชั้นดีทิ้งกลางถนน อะไรจะขไหนหนาด ฉันเองก็เพิ่งรู้จากข้อเขียนของมาร์จอเน่เนี่ยแหละ ว่า อันที่จริงแล้ว French Fries ที่เราๆ รู้จักกันเป็นอาหารของเบลเยี่ยม เมื่อได้รับข่าวสารทางลบมากมายขนาดนั้น เธอจึงออกจะประหลาดใจที่เมื่อไปถึงนิวยอร์กแล้วก็ได้หม่ำนิวยอร์คสเต็กพร้อมเฟรนช์ฟรายด์กับไวน์ Bordeaux

อย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่าเธอไปอเมริกาเพื่อโปรโมทหนังสือและในฐานะที่เป็นคนอิหร่านก็ต้องอธิบายว่าจริงๆ แล้วอิหร่านเป็นอย่างไร สงครามที่เธอได้พบเจอ เราไม่สามารถหยิบยื่นความเป็นประชาธิปไตยให้กับประชาชนโดยการทิ้งระเบิด คนอิหร่านมีตัวตน มีชีวิตเลือดเนื้อ ความภาคภูมิและอะไรๆ ไม่ต่างจากคนอเมริกัน

เธอพูดถึงคำถามแรกที่เธอได้รับซึ่งเป็นคำถามจากหญิงสูงวัยใส่แว่นดำ

"เธอช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ยว่าทำไมคนฝรั่งเศสถึงได้เกลียดพวกฉันกันนักหนา"

มาร์จอเน่ตอบกลับทันทีว่า "คนฝรั่งเศสไม่ได้เกลียดพวกคุณนะคะ" และเธอก็ใช้เวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงอธิบายให้ฟังว่าคนฝรั่งเศสที่จริงแล้วเป็นคนน่ารัก สุภาพ สะอาด ถ้าจะมีอะไรที่คนฝรั่งเศสต่อต้านก็คงจะเป็นนโยบายของประธานาธิบดีบุชนั่นแหละ ซึ่งเป็นอะไรที่เกือบทุกคนในร้านหนังสือนั้นเห็นตรงกัน

เมื่อมาร์จอเน่เดินทางกลับฝรั่งเศส ทุกคนก็ถามถึงเรื่อง freedom fries เธอก็เล่าความจริงว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนได้รับรู้มา

เรื่องราวเลวร้ายลงอีกเมื่อปีที่แล้ว ปีที่ประธานาธิบดีบุชได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง คนทั้งโลกเข้าใจว่าคนอเมริกันทั้งหมดก็สมาชิกพรรครีพับลิกันสำหรับมาร์จอเน่ การปกป้องประเทศของเธอเป็นเรื่องปกติ เป็นหน้าที่ๆ ต้องทำ
ปกป้องประเทศฝรั่งเศสที่เธอเลือกอยู่ก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน

แต่การปกป้องประเทศสหรัฐอเมริกาดูจะไม่เป็นเรื่องปกติ แต่ก็เหมือนจะเป็นหน้าที่นะ

เธอทำเพื่อชาวอเมริกันที่ไม่ได้ลงคะแนนให้กับพรรครีพับลิกัน
เพื่อผู้ที่เชื่อในสิทธิมนุษยชน

เพื่อผู้ที่ต่อต้านการเข่นฆ่าและการลงโทษ

เพื่อผู้ที่เชื่อว่าทางเลือกในการทำแท้งเป็นสิทธิส่วนบุคคล

และ...เพื่อผู้ที่เลือกวัฒนธรรมและการเจรจามากกว่าความรุนแรงโดยการก่อสงคราม

รอบรู้ ลงลึก Persepolis & Iran

ฉันกำลังคิดอยู่ว่า ทำยังไงให้ข้อมูลที่อยู่ในบล้อกนี้อยู่ในรูปแบบที่คนอยากรู้จะอยากอ่าน หรือทำให้คนที่ผ่านเข้ามาแล้วอยากรู้แล้วก็ได้อ่านอย่างง่ายดาย คงถึงคราวที่ฉันจะต้องสรุปอีกครั้งเพื่อจัดหมวดหมู่ให้เข้าใจง่ายขึ้น


มาเริ่มกันที่หน้าปกเลยดีกว่า...ก็แค่อยากให้ดูอยู่คู่กัน

ดูหน้าฟังเสียงผู้แต่งเรื่อง Persepolis กันบ้างIt depends...มันก็แล้วแต่...

รู้จักมาร์จอเน่อีกนิดจากสิ่งที่เธอเล่าให้ฟังFrom Marjane's Trip to America

อ่านคำนำผู้แปลซะหน่อยเป็นไร Persepolis 1

Persepolis: กว่าจะมาเป็นเล่มปกหน้าหลัง คำโปรยอยู่ท้ายสุดของหน้าโฮมเพจของบล้อกเลยจ้ะ
ดูคำแนะนำในการอ่านสักนิด Persepolis จัดเรท แล้วต่อด้วย Press Release


หรือเธอลองไปที่บล้อกของสำนักพิมพ์กำมะหยี่เลยนะ ข้อมูลที่นั่น จัดหมวดหมู่ไว้อย่างสวยงาม น่าอ่านน่าชม แล้วถ้ายังไม่อิ่มหนำสำราญใจก็แวะมาที่นี่อีกครั้งได้เลยค่ะ

ฉันพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ Persepolis และอิหร่านเป็นไกด์ไลน์ภาษาอังกฤษไว้ที่ For my new Iranian friend

คำอธิบายเป็นภาษาไทยเกี่ยวกับบล้อกที่ฉันเขียนถึงแพร์ซโพลิสและประเทศอิหร่านที่ บล้อกมากมายที่อัพในช่วงนี้

บล้อกที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมีชื่อดังนี้ เธอจะคลิกลิงค์จากบล้อกนี้ไปเลยหรือค้นหาจากแถบค้นหาด้านบนโดยใส่คำที่เกี่ยวข้องก็ได้นะ เริ่มต้นแบบสบายๆ มายลสีสันของประเทศอิหร่านที่มีมากกว่าขาว-ดำ


ฉันใส่ลิงค์มุมมองของคนอิหร่านคนนึงที่เขียนบล้อกและพูดถึงแพร์ซโพลิสและประเทศของเขาให้ดูเป็นตัวอย่าง มีบล้อกของคนไทยอีกเยอะเลยที่เขียนถึงแพร์ซโพลิส(Persepolis) แต่ส่วนใหญ่จะพูดถึงเวอร์ชั่นที่เป็นหนังการ์ตูนนะจ๊ะ ถ้าใครสนใจก็ดูลิงค์ Persepolis ในเมืองไทยทางขวามือด้านล่างได้เลย

บทความสองเรื่องนี้เป็นความเห็นของแม่ชีศันสนีย์ที่ได้สัมผัสกับผู้หญิงอิหร่าน และเราจะนำมาปรับใช้กับปัญหาในเมืองไทยอย่างไร

แผนการเรียนการสอนจาก http://www.readwritethink.org/ และเว็บอื่นที่เกี่ยวข้อง นำ Persepolis มาใช้ในการเรียน สอนให้ผู้เรียนศึกษาสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้ง

ข่าว BBC ภาษาอังกฤษเรียงร้อยเหตุการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา ได้อย่างละเอียดเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยสนใจการเมืองตะวันออกกลางอย่างฉันเป็นต้น

บทความจาก Gardian หนังสือพิมพ์ออนไลน์เล่มนี้ให้มุมมองเปรียบเทียบหนังการ์ตูนกับการเมืองอิหร่าน-สหรัฐอเมริกาในมุมที่แตกต่าง

ฉันละตะลึงกับความเก่าแก่ของอารยธรรมและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เธอสามารถอ่านจากที่ฉันและเพื่อนกำมะหยี่ช่วยกันแปลและเกลา รวมทั้งลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติมที่เธอสามารถคลิกไปดูได้จากบทความนี้



ข้อมูลอื่นๆ อีกมากมายเกินกว่าที่ฉันจะนำมาสรุป แต่ก็ไม่ลำบากเกินไปที่จะรวบรวมลิงค์ไว้ให้ในบล้อกนี้ เลือกอ่านได้ตามสบายนะจ๊ะ ดูทางด้านขวามีทั้งไทยและเทศให้สมใจคนที่อยากรู้อะไร ต้องรู้ลึกๆ จ้ะ

ผู้จัดการออนไลน์ก็พูดถึงแพร์ซโพลิสนะ ตามไปดูที่นี่ได้เลย

ขอตบท้ายด้วยโฆษณาหนังสือการ์ตูนที่เป็นการ์ตูน...Persepolis Advertisement (in Cartoons too!) และการตลาดแบบแพร์ซโพลิสค่ะ...Persepolis Marketing Campaign

A night at Falabella

ตุ๊กตา Falabella ราคา 1 ใน 10,000 ของราคาม้าตัวจริงกระมัง ฉันว่าครั้งแรกที่ฉันติดใจม้าแบบนี้คือ ตอนที่ไปดูๆ แลๆ ที่ร้าน Hermes แต่เมื่อพลิกดูราคาแล้วรู้สึกว่าจะราคา สัก 1 ใน 100 ของราคาม้ามั้ง แต่ ณ ตอนนั้น ฉันก็ว่าแพงเหลือหลายแล้วล่ะ

ม้า Falabella เป็นม้าพันธุ์แคระ ตัวเต็มวัยสูงประมาณ 32 นิ้ว เท่ากับขนาดของหมาที่เราเลี้ยงดีๆ นี่เอง ฉันเริ่มมีไอเดียบรรเจิด ถ้ามีใครซื้อม้าให้ฉัน ฉันคงจะรับรักเลยละเนี่ย แต่หมายถึงม้าจริงๆ นะ ไม่ใช่ม้าตุ๊กตาอย่างตัวนี้

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า A night at Falabella จะเกี่ยวโยงถึงความพิสดารบางประการกับม้า มิใช่เช่นนั้น ฉันแค่ได้ไปเยือนร้าน Falabella อีกครั้งหลังจากครั้งแรกเมื่อหลายปีผ่าน บรรยากาศดีเหมือนเดิม มีทั้งส่วนที่อยู่ในห้องแอร์และส่วนที่รับลมธรรมชาติด้านนอก ร้านนี้ตั้งอยู่ด้านหลังสนามม้าสปอร์ตคลับ มีความเป็นส่วนตัวและเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศสบายๆ โดยที่ไม่ต้องกลัวเปียกฝน เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปข้างบนก็จะเห็นเต็นท์ยักษ์สีขาวคลุมเวทีสำหรับเล่นดนตรีสด และโซฟาเก้าอี้ร่วมสิบชุด ส่วนตัวฉันเป็นพวกขอบๆ ระหว่างโอเพ่นแอร์กับบริเวณห้องแอร์ แหงนหน้าขึ้นไปก็จะเห็นหลังคาของร้านกับบางส่วนของเต็นท์ขาว นั่งเก้าอี้สูงคู่โต๊ะทรงเดียวกับรูปร่างฉันนั่นแหละ

ด้วยอาศัยใบบุญพี่ที่ฉันนับว่าเป็น role model ของพี่ชาย พ่อ และผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษ ตลอดระยะเวลาเกือบสิบปีที่เห็นหน้ากันมา ความสม่ำเสมอ การดูแลเทคแคร์ให้เกียรติผู้หญิงเป็นเสน่ห์ที่ไม่ได้เกิดจากความต้องการเอาใจใคร เป็นธรรมชาติที่ได้รับการหล่อหลอมมาพร้อมกับความเป็นตัวตนของคน

สองสาวชุดแดงขออนุญาตควงพี่ชายไปงานวันเกิดผู้ใหญ่ ได้หม่ำก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ดกับข้าวหมูแดงที่พี่ชายแสนดีไปตักมาให้ด้วยตัวเอง ต่อด้วยไวน์แดง คามิคาเซ่และสปาย บนโต๊ะมีสีสัน แดง เหลือง ฟ้า ขาวเหลืองจากไวน์ขาว และแดงกำมะหยี่จากไวน์แดงรสเลิศ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม บรรยากาศดีๆ อย่างนี้ ฉันคงอดไม่ได้ที่จะขอเจ้าของงานขึ้นร้องเพลงเพื่อความบันเทิงส่วนตัว (และปรากฎว่ามีคนคิดว่าฉันเป็นนักร้องด้วย อิอิ แปลว่าคงไม่ได้ร้องแย่จนเกินไปนัก)

ฤา รักฉันจะเป็นเพียงความฝัน ไม่มีวันนั้น.....

จันทร์คืนแรมวับแวมอยู่บนปลายฟ้า คงล้าอ่อนแรงทอแสงแหว่งเว้า ครึ่งดวง
คืนเหงามันเศร้ามันซึมในทรวง จันทร์เพียงครึ่งดวง คล้ายจันทร์เจ้ารอใคร
จันทร์คืนแรม วับแวมมีเพียงครึ่งใบ คงดังกับใจฉันที่มีเพียงครึ่งดวง
คอยรักที่จักเดิมเต็มในทรวง โอ้ใจครึ่งดวง เฝ้ารอมาเนิ่นนาน


จันทร์เอ๋ยจันทร์ที่ลอยเด่นฟ้า จะมีน้ำตาหลั่งมาเหมือนฉันบ้างไหม
ความรักมันช่างห่างไกลแสนไกล ไม่รู้วันไหน หัวใจถึงจะเต็มดวง


คงมีวันที่จันทร์เจ้าจะเต็มใบ แต่ว่าหัวใจฉันจะมีไหมวันนั้น
ฤารักฉันจะเป็นเพียงความฝัน ไม่มีวันนั้น วันที่ใจเต็มดวง
จันทร์เอ๋ยจันทร์ที่ลอยเด่นฟ้า จะมีน้ำตาหลั่งมาเหมือนฉันบ้างไหม
คงมีวันที่จันทร์เจ้าจะเต็มใบ แต่ว่าหัวใจฉันจะมีไหมวันนั้น
ฤารักฉันจะเป็นเพียงความฝัน ไม่มีวันนั้น วันที่ใจเต็มดวง


...ฤารักฉันจะเป็นเพียงความฝัน ไม่มีวันนั้น วันที่ใจเต็มดวง


แล้วก็ต่อด้วย ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ เพื่อให้ดูอายุฉันน้อยลงมาอีกนิด แหม แต่ยังไง ฉันก็ชอบเพลงที่เน้นความละเมียดละไมของคำอย่างเพลง จันทร์ นี้ละนะ ดูเนื้อแล้วเธออาจจะนึกว่าเป็นเพลงโบราณ แต่ที่จริงแล้วเป็นเพลงสมัยใหม่ที่เพิ่งแต่งไม่นาน แต่คงไว้ซึ่งลักษณะและอารมณ์ของเพลงที่ละเอียดอ่อนแบบเดิม

แล้วความงามของค่ำคืนนั้น ค่ำคืนที่ฉันเลือกปฏิบัติตนอย่างที่ควรจะเป็น สร้างความแปลกใจให้ผู้ใหญ่แสนฉลาดที่ยังทำตัวเป็นเด็กอยู่ไม่น้อย ควันหลงจากงานก่อให้เกิดอะไรตามมาหลายอย่าง อย่างนึงก็คือฉันมีอารมณ์มาเขียนบล้อกผิดเวลาอย่างนี้แหละ ว่างๆ ก็ลองไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม สำหรับคนที่เกิดหลงเสน่ห์ม้าน้อยพันธุ์นี้อย่างฉันบ้างนะจ้ะ

รูป Falabella ที่ฉันอยากนำมาไว้ที่บล้อก
แต่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์เกือบหมื่นบาทแน่ะ เธอคลิกไปดูแทนละกัน ได้เห็นแต่ไม่ต้องเสียเงิน ของบางอย่างเราไม่ต้องเป็นเจ้าของก็ได้เนอะ

เรื่องราวม้าน้อย Falabella
เรื่องราวแบบทางการ Falabella Miniature Horse Association

ปลื้มใจไม่หายที่ผู้ใหญ่เจ้าของวันเกิดเอ่ยปากว่าจะอ่าน Persepolis มินิบุคก่อนนอน พร้อมกับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อทำให้สาวเสื้อแดงผู้แปลดีใจอย่างที่สุด!

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551

จากวันนั้นถึงวันนี้

ที่จริงแล้ว ฉันควรจะเขียนและนำรูปขึ้นบล้อกตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังงานรวมพลคนอ่านและไม่อ่านงานมูราคามิ แต่ด้วยความเหนื่อยและขี้เกียจและอะไรก็แล้วแต่ที่ฉันจะขุดขึ้นมาอ้าง เอาเป็นว่าวันนี้ฉันนึกครึ้มอกครึ้มใจนำรูปขึ้นบล้อก พร้อมกับนึกย้อนบรรยากาศในงานวันนั้น

ฉันยังคงทำตัวเป็นสาวไฮเปอร์เช่นเดิม นั่งโต๊ะนี้ชนหมดแก้ว แล้วก็เดินดุ่มๆ ไปอีกโต๊ะ อ้าว หมดแก้ว แล้วก็ทำอย่างเดิมไปเรื่อยๆ มีคนบอกว่าเหมือนเป็นคนละคนกับตอนเย็นเลย อ้าว ก็แน่ละสิ มันคนละบทบาทนิ จะให้เล่นเหมือนเดิมก็ใช่ที่

เพื่อนชาวอิหร่านคนดีที่ให้ความช่วยเหลือในการแปลหนังสือเล่มแรก เดินทางมาร่วมงานจากต่างจังหวัด จริงๆ แล้วฉันไม่คาดคิดหรอกว่าจะมีเพื่อนๆ มาร่วมแสดงความยินดีมากอย่างที่เป็น เพราะสถานที่จัดงานมันไกล แถมเพื่อนฉันอยู่คนละโลกกันกับฉันในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ยังมาด้วยเหตุผลต่างๆ กัน เพื่อนสมัยเรียนมา เพราะกลัวความรู้สึกผิดถ้าไม่แวะมาหาฉัน พี่อีกคนมาเพราะฉันเชิญไว้นานแล้วพร้อมกระเช้าดอกไม้...อย่างที่ฉันไม่คาดคิด น้องอีกคนไปเฝ้าลูกถ่ายโฆษณามาจนเสร็จก็รีบซิ่งมาหาทันเวลาครื้นเครง

วันนี้ฉันได้รับหนังสือที่ฉันแปลเล่มแรกที่เพิ่งพิมพ์เสร็จๆ ร้อนๆ ยังไม่รู้สึกดีใจเท่าไหร่ ความรู้สึกอาจจะแตกต่างและได้รสที่น่าจดจำ เมื่อฉันมอบหนังสือให้แม่ในวันรุ่งพรุ่งนี้ พร้อมๆ กับเปิดหน้าขอบคุณ ที่ฉันเขียนถึงท่านว่า

.....คำขอบคุณ......พ่อแม่ของณัฐพัดชา สำหรับวิตามินเอ็มและโอกาสในการลองผิดลองถูก (อีกครั้ง)

ไม่มีอะไรสวยงามเท่าการพูดความจริง ยอมรับตัวเองในแบบที่เป็น...

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551

For my new Iranian friend

I am afraid that you are not able to understand many messages I convey in my blog here. I am so glad that you live in the same building and contact me about Persepolis.

For those of you who read my blog, I have just got a new Iranian friend. She saw the minibook of Persepolis in Thai version (The whole set will be launched on September 11) and email me....finally we met. She had my Music CD, the animation DVD and the English version book and I hope her enjoy this graphic novels, persian music and animation.

Ok then the rest is for my new friend and other Iranian or whoever can read English and wish to know more about Iran and Persepolis related information. On the right column, scrolling down and you would see a long list of website related to Iran and Persepolis.....whatever you want to know.....Culture, Politics, History, US Lesson Plan using Persepolis which I really impress, a new way to promote tourism by setting up a rule for women visitors only.....where women can ride bicycle (Iranian women are not allowed to ride a bicycle!). However, it surprises me a lot that vice president of Iran is a woman. There are many angles to look at what happened in Iran. If a guy talk badly to a woman, he might be in jail or punished.

In some of my Thai articles, you may click the purple link to see the original in English. The last ten blocks I have written is related to Iran and Persepolis. There are some which its original are in Thai. However, it is worth mentioned here. It is an article by a Thai nun who devotes her life for children and woman just like Ebadi, the Iranian Noble Peace Prize winner. Both great women met both in Thailand and in Iran. They discussed about how to help on the crisis in the south of Thailand. They believe that learning about each other would help the children to understand their muslim and buddhist friends. Once people understand and accept the difference, we can then solve problem and live together peacefully. The article also mentioned about "Islam Revolution in the World Women's thought" in Tehran on March 10. In a way the strict codes protect women from extreme materialism.

I just hope that start reading this book, Persepolis, would show another angle on the problem and be an inspiration for others to fight (in life with strong mind not using weapons), to get up again after falling down, and to find solutions for any encountering problems.

This book, Persepolis, has a big impact to me. I share many in common with Marjane Satrapi (well, not about the suicide and drugs). I hope that people who are much different from those around them would finally find a nice place for themselves somewhere.....We don't have to do exactly like Marji or like my Iranian friends by living the country. We just choose our own social life and contact only people we can communicate.

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551

บล้อกมากมายที่อัพในช่วงนี้

ฉันเริ่มเข้าใจความ "ต่าง" ที่ยากจะหาใครเหมือนของฉันได้แล้ว ฉันยอมรับว่ามันเป็นความบ้า หรือเรียกให้หรูอีกนิดก็เป็นความลุ่มหลง แต่เอ ท่าทางจะสุดโต่งเกินไป ฉันว่าเป็นเรื่องของการจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเพลิดเพลินจนหลงลืมสิ่งอื่นรอบตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่จิตใจจดจ่อเป็นการทำอะไรที่ไม่ดี ไม่ได้หลงผู้ชาย หลงข้อมูลจ้า

หลายครั้ง หลายหนที่ฉันเป็นแบบนี้ เหมือนเข้าไปในขุมทรัพย์ทางปัญญา เจอคำตอบหนึ่งซึ่งนำไปสู่สิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่ง แล้วก็สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับมันเรื่องๆ แม้จะง่วงก็บอกตัวเองว่า ขออีกนิดน่า อาจจะเจออะไรที่เด็ดๆ ก็ได้ คราวที่แล้ว ฉันหาตัวอย่างสัญญา เกือบจะเลิกหาแล้ว แต่ในที่สุดก็พบเว็ปไทยใจดี มีสัญญาสารพัดชนิด ด้วยความดีใจ ดาวน์โหลดมาหมดไม่ว่าจะเป็นการทำพินัยกรรม สัญญาฝากขาย สัญญาบ้านเช่า ฯลฯ

ควรจะเข้าเรื่องแล้วเนอะ ที่ตั้งใจจะเขียนตอนนี้คือ อธิบายที่มาที่ไปของบทความสารพัดร่วม 10 บทความเห็นจะได้ และถ้าใครสังเกตุก็จะเห็นลิงค์ไปยังข้อมูลน่าสนใจอื่นๆ ที่ฉันสรุปหรือนำมาเขียนแยกแจกแจงรายละเอียดทั้งหมดไม่ไหว เอาเป็นว่าถ้าใครต้องการมีพื้นฐานข้อมูลเกี่ยวกับประเทศอิหร่าน ผู้หญิงมุสลิม เหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ฉันไปคัดสรร หามาให้แล้วทั้งเว็บไทยและเทศ

และสิ่งที่ประทับใจอย่างยิ่งคือ แผนการเรียนการสอนเด็กระดับมัธยมที่เลือกใช้แพร์ซโพลิส Persepolis เป็นหัวเรื่องในการสอน

ฉันนั่งอ่านแผนแล้ว เป็นการเรียนการสอนแบบบูรณาการจริงๆ ก่อนที่จะให้นักเรียนอ่าน Persepolis ครูจะให้ทำการบ้านโดยการหาข้อมูลเกี่ยวกับอิหร่านในช่วงนั้น สภาพสังคมและวัฒนธรรมเป็นอย่างไร โดยให้รายชื่อเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับคำถามที่ตั้งไว้ล่วงหน้า โดยให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่มและนำเสนอข้อมูลที่ได้รับหน้าชั้นเรียน สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้และฉันเห็นว่าสำคัญกว่า "สิ่งที่รู้ ข้อมูลที่ได้รับ" คือกระบวนการคิด วิธีอ่าน การสรุปความ เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นฟังอย่างกระชับ โดยใช้สไลด์ประกอบ เป็นการบังคับให้เรียนรู้การใช้โปรแกรมนำเสนอรายงานอย่าง Power Point อย่างเป็นธรรมชาติ แผนการสอนที่ได้ออกแบบไว้ มีเครื่องไม้เครื่องมือ และข้อมูลที่นักเรียนจำเป็นต้องใช้ แต่ไม่ใช่ในลักษณะการป้อน เป็นการแนะแนว บอกทาง แต่ต้องเดินไปเอง พบอุปสรรคเอง แก้ปัญหาเอง แล้วท้ายที่สุดประสบการณ์ก็จะสอนนักเรียนผู้นั้นเอง เธอลองคลิกไปตามลิงค์บทความที่ผ่านๆ มาของฉันก็จะสามารถเข้าไปดูแผนการสอนได้โดยละเอียดจ้ะ

นอกจากแผนการสอนมหัศจรรย์ที่ฉันเจอแล้ว ก็ยังมีข้อมูลในเชิงลึกที่ฉันรับรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้หญิงอิหร่าน ข้อมูลที่ดูเหมือนจะขัดกันเองในที ตกลงตัดสินอะไรอย่างชัดเจนไม่ได้หรอกนะ ต้องดูว่ามองในมุมไหน ดีใจกับคนอิหร่านด้วยที่มีรองประธานาธิบดีเป็นผู้หญิง ขนาดเมืองไทยยังมีแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเท่านั้น เว็บของ BBC ยาวเหยียดที่ฉันโพสต์ไว้ ให้ข้อมูลได้ดีมากสำหรับคนที่ไม่เคยสนใจการเมืองตะวันออกกลางเลยอย่างฉัน สงครามเป็นเรื่องของอำนาจ แต่ผู้ที่เดือดร้อนคือประชาชน และตราบใดที่ตะวันออกกลางยังเป็นแหล่งน้ำมันหลักของโลก พลังงานเป็นขนมที่หอมหวานเย้ายวนสำหรับชาติมหาอำนาจ

หาข้อมูลไปมา กลับพบว่าประเทศที่ต้องอยู่ในภาวะสงครามอยู่เป็นนิจกลับมีธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างที่งดงาม ฉันถึงกับทำสไลด์เป็นออนไลน์ทัวร์โดยณัฐพัดชา ดูไปถึงโปรแกรมทัวร์อิหร่าน เพิ่งรู้อีกเช่นกันว่าคนอิหร่านมาเที่ยวเมืองไทยใกล้แสนคนต่อปีแล้ว ส่วนคนไทยเพิ่มไปไม่กี่หมื่นคนต่อปี ฉันเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปอิหร่านจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพิ่งมีเว็บไซต์การท่องเที่ยวอิหร่านเป็นภาษาไทยที่ให้ข้อมูลน่าสนใจเมื่อปีที่แล้ว ฉากใน Persepolis หลายตอนพูดถึงสถานที่ๆ ฉันนำมาทำสไลด์ เช่น เทือกเขาอัลบอร์ซ สกีรีสอร์ท สุเหร่า หรือแม้แต่ถนนหนทางทั้งในชนบท ระหว่างเมืองและในกรุงเตหะรานช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวก็งดงามกลบภาพสงครามภายในใจฉันได้โดยสิ้นเชิง

ฉันรวบรวมลิงค์มากมายตามที่กล่าวถึงข้างบน เว็บและบล้อกของแฟนๆ หนังสือและหนังการ์ตูนแพร์ซโพลิส Persepolis เรียกว่า ดูกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว

และท้ายสุด เป็นบทความที่เหมือนเขียนขึ้นมาเพื่อให้ฉันค้นพบ จากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรธรรมสถาน ถึงประสบการณ์ตรงกับผู้หญิงอิหร่านทั้งในประเทศไทยและประเทศอิหร่าน มุมมองเดียวกันของผู้หญิงที่แตกต่างทั้งเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม แต่มี "ใจเดียวกัน" คือใจที่อุทิศตนเพื่อเด็กและผู้หญิง (ไม่ใช่นางงาม แต่งามทั้งนอกและใน) การพูดถึงปัญหามุสลิมทางใต้ ทำให้ฉันหัวใจพองโตด้วยความรู้สึกว่าฉันอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศเข้าใจคนไทยมุสลิมทางภาคใต้มากขึ้นผ่านภาพการ์ตูนขาวดำ ที่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเราต้องตัดสินทุกอย่างให้เป็นดำ หรือ ขาว เพียงแค่ความเข้าใจ อาจจะทำให้เกิดความอัศจรรย์ขึ้นในแผ่นดินทองผืนนี้ก็ได้นะ

ฉันอาจจะหวังมากไป อะไร้ หนังสือการ์ตูนสองเล่มเล่าเรื่องผู้หญิงที่แก่นกล้า ก๋ากั่น ทำสิ่งผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแน่นอนว่าเธอไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนไทย แต่เธอก็คือผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่มีเลือดเนื้อ ผู้หญิงที่ตั้งใจจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต ไม่ว่าจะล้มเหลว ผิดพลาดมาสักกี่ครั้ง ในเมื่อการอ่านเรื่องราวของเธอ ก่อเกิดปฏิกิริยาสั่นสะเทือน ให้ฉันหันมาเป็นนักแปลหนังสือครั้งแรกในชีวิต ทำให้ฉันสนใจการเมือง ทำให้ฉันสนใจเรื่องราวของประเทศตะวันออกกลาง อยากรู้จักทำความคุ้นเคยกับคนมุสลิม ได้สัมผัสและได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนมุสลิมชาวอิหร่านที่ผ่านประสบการณ์คล้ายคลึงกับมาร์จี้นางเอกของเรื่อง การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว การเอาตัวรอดในยามคับขัน ผลกระทบที่เกิดกับประชาชนที่อยู่ดีๆ ธนาคารก็อายัดเงินในบัญชี เพียงเพราะเขาเป็นคนอิหร่าน...

ฉันแค่อยากให้พี่น้องคนไทยเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เคารพในความต่าง หาหนทางประนีประนอม ฉันเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ ขอให้ได้มีการเริ่มต้น อย่างน้อยๆ ลองเปิดดูสักหน่อยสิว่า ทำไมผู้หญิงอิหร่านต้องสวมผ้าคลุมผมที่เรียกกันว่าฮิญาบ มันมีความหมายอย่างไร พวกผู้หญิงเขาอยากใส่กันรึเปล่า ถ้าไม่ใส่แล้วผลตอบรับเป็นอย่างไร แล้วหลายๆ สิ่งอาจจะผุดขึ้นมา สำหรับฉันตอนนี้ ฉันดีใจจังที่ฉันขี่จักรยานได้ ใส่เสื้อผ้าสีๆ แต่ขณะเดียวกัน ถ้าฉันไปฟ้องตำรวจว่ามีใครมาพูดจาดูถูกฉัน ใครคนนั้นคงไม่ถูกโบยหรือจับขังเหมือนที่อิหร่านสมัยนั้นเป็นแน่

แล้วก็ใช้วิจารณญาณตัดสินดูนะคะ ว่า Persepolis เป็นหนังสือที่คุณคิดไม่ผิดที่เลือกอ่านรึเปล่า

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เรียนรู้เรื่องวรรณกรรมจาก Persepolis

นิยายภาพมีคุณลักษณะและคำศัพท์ที่ควรทราบ ฉันตัดตอนที่เป็นตัวอย่างจากแผนการสอนมาให้ดูจ้ะ

บทเรียนนี้ชี้ให้เห็นถึงการแสดงส่วนประกอบในแบบต่างๆ
ภาพที่ 1 ตัวอย่างที่ชัดเจนในการให้ข้อมูลเบื้องหลังซึ่งไม่ได้อยู่ในเนื้อหาของหนังสือ
ภาพที่ 2 ใส่รูปคนไว้ตรงกลางโดยปล่อยให้พื้นหลังว่าง เพื่อดึงความสนใจของผู้อ่านไปที่รูปคนเหล่านั้น
ภาพที่ 3 ด้วยขนาดและภาพของผู้ทุกข์ทรมานทำให้ภาพนี้มีพลังและดึงความสนใจได้ดี

การแสดงความรู้สึกผ่านมือและเท้า ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวละครในเรื่อง
ภาพที่ 4 ภาพที่พ่อกอดอกแสดงถึงการให้ความสำคัญกับเรื่องที่พูดถึง
ภาพที่ 5 ภาพมาร์จี้เท้าสะเอวแสดงความมุ่งมั่นออกไปทางดื้อรั้นของเธอ
ภาพที่ 6 ภาพมาร์จี้นับประเด็นสำคัญ
ภาพที่ 7 ภาพพ่อเอามือปิดหน้าด้วยความรันทด

ที่มา readwritethink

เตรียมตัวก่อนถกเรื่อง Persepolis


ฉันทึ่งอีกแล้ว อยากกลับไปเป็นนักเรียนใหม่ แล้วได้สนุกพร้อมรับความรู้จากการเรียนเหมือนกับที่แผนการสอน

Gaining Background for the Graphic Novel Persepolis: A WebQuest on Iran

แผนการสอนนี้กินระยะเวลาถึง 10 คาบ ให้นักเรียนได้เตรียมตัว ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประเทศอิหร่าน ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีการดำเนินชีวิต และเรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิวัติและการเมืองการปกครองในยุคเดียวกับที่ Marjane Satrapi หรือหนูน้อยมาร์จี้ของฉันกำลังเติบโต ฉันว่ามันเป็นการเรียนรู้ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่อ่านหนังสือที่บังคับให้อ่านนอกเวลาเพื่อให้สอบผ่านไปเท่านั้น เราสามารถสอดแทรกอะไรหลายๆ อย่างไปกับการอ่านหนังสือ Persepolis มีการฝึกทักษะการนำเสนอในแผนการสอนนี้เช่นกัน ฝึกการค้นคว้าหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ฝึกทำสไลด์นำเสนอข้อมูล ยังได้ฝึกการสรุปความ ที่สำคัญ ในแผนสั่งห้ามไม่ให้ทำสไลด์แบบให้ผู้ฟังอ่าน (โอ้ย อยากให้มาบอกอาจารย์หลายๆ คนในเมืองไทยจริงๆ ฉันจำได้ว่าสมัยเรียน เรียกกันว่า ปิ้งสไลด์ อาจารย์บางคนใช้สไลด์ชุดเดิมทุกปี หลังจากเราซีร็อกซ์เล็คเชอร์แล้ว ก็ไม่ต้องขึ้นเรียน อ่านเอาดีไม่ดีท็อป อย่างที่ฉันเคยทำมาแล้ว และคนที่ให้ยืมซีร็อกซ์เล็คเชอร์ก็ค้อนตาขวับ)

มีข้อมูลให้อ่านมากมายในแผนการสอนนี้อีกเหมือนกัน มีกระทั่งการสอนวิธีใช้งาน power point แบบง่ายๆ การเรียนรู้เกิดขึ้นอยู่เสมอ ทำให้นักเรียนรู้ว่า อะไรที่เขาไม่รู้ก็สามารถหาได้ อยุ่ที่จะหา จะอ่าน จะทำรึเปล่า ไม่ใช่นั่งรอให้ใครมาป้อน เดี๋ยวฉันอ่านได้อะไรน่าสนใจเกี่ยวกับอิหร่านเพื่อปูพื้นฐานให้เธออ่าน Persepolis ได้เข้าใจลึกซึ้งขึ้นแล้วฉันจะมาเล่าให้ฟังนะจ๊ะ

ว่าด้วยความหมายของ Graphic Novels


ลิงค์ข้างล่างนี้ช่วยให้ฉันมีคำตอบให้กับสารพัดคำถามทั้งของตัวเองและผู้อื่นเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อการ์ตูน เราคงต้องทำความเข้าใจกับศัพท์แสงในวงการการ์ตูนนี้ซะก่อน จะได้พูดเรื่องเดียวกัน แพร์ซโพลิส (Persepolis)คือ Graphic Novel ฉันเรียกว่า นิยายภาพละกันนะ ดูไม่หรูหรือธรรมดาจนเกินไป สำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นมีศัพท์เฉพาะเช่น manga และ anime ซึ่งเป็นการ์ตูนที่คนหลากวัยทั้งสองเพศอ่านกัน อย่างโปเกมอนนั่นปะไร บางครั้งพอพูดถึงคำว่าการ์ตูนแล้ว ฉันเชื่อว่าคนไทยหลายๆ คนคงจะร้องยี้ ไม่ใช่หนังสือสำหรับผู้ใหญ่อ่าน ฉันอยากจะบอกให้ผู้ใหญ่ลองดูซะใหม่นะว่า มันเป็นของอินเทรนนะเนี่ย เป็นรูปแบบการนำเสนอสำหรับมนุษย์ยุคนี้ ยุคที่ภาพมีบทบาทสำคัญ

ใครอยากศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมก็คลิกที่นี่เลยจ้า

ฝรั่งเขาทำอะไรกับ Persepolis อีกนะ

รูปเล่าเรื่อง: ฝึกอ่านเอาเรื่องกับแพร์ซโพลิส

เว็บข้างต้นเป็นแหล่งรวมแผนการสอนเพื่อช่วยให้คุณครูทั้งหลายเบาแรง ไม่ต้องวางแผนใหม่ทุกครั้ง สามารถคัดเลือก ปรับเปลี่ยนจากแผนการสอนของคนอื่นได้ ฉันว่าเป็นไอเดียที่ดีนะ ไม่รู้ว่าคุณครูชาวไทยเขาแบ่งปันกันอย่างนี้มั้ย เมื่อก่อนฉันเคยสมัครเป็นสมาชิก Early Childhood Education Mailing List ได้ความรู้เยอะทีเดียว เป็นการรวมตัวของครูเด็กปฐมวัยในสหรัฐอเมริกาเสียเป็นส่วนใหญ๋ ที่แบ่งปันความรู้พูดคุยกันเกี่ยวกับปัญหาเรื่องราวที่ประสบ ฉันอยากให้มีบรรยากาศความร่วมมือกันแบบนี้ในเมืองไทยเสียจริงๆ ว่าแต่ว่ามาเข้าเรื่องดีกว่า ว่าเว็บไซต์นี้เขาเอา Persepolis ไปใช้ประกอบการเรียนการสอนนักเรียนเกรด 9-12 (ก็ประมาณมอสามถึงมอหกของเรา)อย่างไร

อ่านไปได้หน่อยก็รู้สึกเห็นด้วยที่ว่าเขาเอาเรื่อง Persepolis นี้มาเป็นตัวอย่างของการสอนเรื่อง Graphic Novel ที่ในภาษาไทยจะเรียกว่า นิยายภาพ หรือนิยายการ์ตูน หรืออะไรก็แล้วแต่ ขอให้อ่านและสนใจเป็นใช้ได้ เป็นความจริงที่เด็กรุ่นใหม่จะได้พบเจอและเห็นภาพมากกว่ารุ่นก่อนๆ ดังนั้นนิยายภาพจึงเป็นเครื่องมือที่ดีในการพัฒนาเด็กให้มีวิจารณญาณในการบริโภคข้อมูลภาพ เด็กจะได้เรียนรู้และซาบซึ้งการใช้ส่วนประกอบของภาพเช่นสี มุมมอง แนวความคิดที่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และความเข้าใจประเด็นต่างๆ ซึ่งการสื่อด้วยนิยายภาพรับเอาหลักการของปรัชญาโพสต์โมเดิร์น Postmodernism การหลอมรวมของวัฒนธรรมชั้นสูงซับซ้อนกับเรื่องที่อ่านง่ายๆ อีกทั้งการผสมผสานของรูปแบบวรรณกรรม การใช้เสียงที่หลากหลาย และที่สุดแล้วก็นำมาซึ่งรูปแบบการนำเสนอล่าสุดที่นำเสนอมุมมองใหม่ๆ

แผนการสอนนี้มีวัตถุประสงค์ใ้ห้นักเรียนได้เรียนรู้คำศัพท์และเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับนิยายภาพและการ์ตูน นำความรู้ต่างๆ ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้จริงกับหนังสือ Persepolis ของ Marjane Satrapi โดยเลือกเนื้อหาบางตอนเพื่อศึกษาและสรุปความต้องการของผู้เขียนและทางเลือกที่ใช้ในการสื่อความคิด ศึกษาว่าภาพช่วยให้เข้าใจเนื้อหาที่เป็นตัวอักษรหรือทำให้เข้าใจชัดเจนขึ้นได้อย่างไร จากนั้นก็ให้นักเรียนนำเสนอรายงานต่อหน้าเพื่อนๆ ในชั้นเรียน เพื่อฝึกการพูด การสื่อความคิดและการสรุปประเด็นที่สำคัญ

ขอฉันไปเรียนจากแผนการสอนนี้ก่อนนะเธอแล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อ คงได้ความรู้อีกเยอะเลยล่ะ

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Persepolis: เรียนจากคำถาม


รู้มั้ยเธอ ที่ Carleton College จัดให้มีการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องแพร์ซโพลิส (Persepolis) นะ รายละเอียดก็อย่างที่ฉัน cut & paste มานี่แหละ เธอลองอ่านแล้วคิดตามคำถามทั้งสิบแล้วมาคุยกับฉันมั้ยล่ะ

Carleton College
Common Reading Fall 2006


On Thursday, September 8, 2006 you will participate in the eighteenth annual Common Reading Convocation and discussion at Carleton. Faculty, staff, students and alumni members of the community will come together to engage in meaningful dialogue about this year’s selection, Marjane Satrapi’s Persepolis and Persepolis 2. To help you prepare for this experience, we offer the following questions for your consideration. In addition, we invite you to think about what questions you may wish to bring to the discussion.


1) What difference does it make that this story is told in black and white, in graphic novel (comic strip) format?

2) Marji's father says, "As long as there is oil in the Middle East, we will never have peace." Do you think he is right? What would one need to know in order to have an informed opinion about this?

3) One of Satrapi's goals in writing Persepolis is to show that there is more to the country that "fundamentalism, fanaticism, and terrorism." Does Satrapi accomplish her goal? What do you learn about Iran that you didn't know?

4) How is Persepolis a typical coming of age story? How, if at all, are Marji's experiences with drugs, depression and homelessness in Austria critical to her becoming the "liberated woman" she sets out to become?

5) How do you cope when there is conflict between what you have been taught by
parents, religion and/or society and what you know, internally, to be the truth? To what extent is the framing of this question peculiarly "western" (and how, if at all, does that matter)?

6) Why does Satrapi title her work Persepolis?

7) Revolution is an important theme of this work. How, on the basis of Persepolis, would you distinguish a good revolutionary from a bad revolutionary?

8) Persepolis is a story filled with stories. What roles do stories play in Marji's life? In your life?

9) Marji has a complicated, shifting relationship with her parents. What are their expectations for her and how - if at all - do these expectations shape her? How about you? Does your family have expectations that seem to shape you?

10) How does Marji seek meaning in her life? What links are there, if any, between education and finding meaning in life for her? For you? What sustains her spiritually? What sustains you?