แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Gamme Magie แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Gamme Magie แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ทำสาว...เรื่องฉาวโฉ่

เสร็จแล้ว แปลเรียบร้อยแล้ว แต่ยังส่งต่อให้บรรณาธิการคนเก่งของฉันยังไม่ได้ เรื่องนี้ถ้าจะให้ฉันเปรียบเทียบความยากง่ายกับหนังสือของแม่ซาทราปิสองเล่มก่อนที่ฉันแปล เล่มนี้ง่ายกว่าเยอะ แต่สิ่งที่ท้าทายความสามารถของฉันก็คือ

...ใช้ถ้อยคำอย่างไรให้คนอ่านได้รับความเพลิดเพลินและเป็นคำพูดที่ดูไม่น่าเกลียดจนเกินไป...

อันนี้แหละยาก


ฉันยังนึกหน้าพ่อกับแม่ไม่ออกเลยว่า ถ้าได้อ่านผลงานลำดับที่สามของฉันแล้วจะเบิกตา อ้าปากหวอ เหมือนเมื่อคราวที่นั่งดู Sex and The City รึเปล่า


ถือว่าเป็นการโปรโมทหนังสือของตัวเองล่วงหน้าละกันเนอะ Embroideries เล่าเรื่องราวซุบซิบเรทเอ็กซ์ของบรรดาสาวๆ ทั้งสาวน้อยสาวมากที่บ้างก็เป็นเพื่อนบ้าน บางคนก็เป็นญาติสนิทบ้าง ห่างบ้าง ตั้งแต่รุ่นยายจนถึงรุ่นหลาน เพราะฉะนั้น รับประกันได้เลยว่า ได้เห็นมุมมองเรื่องใต้เตียง บนเตียงของผู้หญิงอิหร่าน ทั้งหัวสมัยใหม่ ก้าวหน้าเลยโลกพระจันทร์ หรือกระทั่งบางคนที่ไม่เคยเห็น "จงอาง" ทั้งๆ ที่ลูกโตจนเห็นอะไรๆ มากกว่าแม่ตัวเองซะอีก


ฉันว่าเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับสังคมอิหร่านได้ดีทีเดียว (เริ่มวิชาการ) จริงๆ แล้วสำหรับฉัน การเรียนรู้เกิดขึ้นทุกวินาที หากเราสังเกตเราจะ "เห็น" อะไรที่คนอื่นไม่เห็น ฉันว่าคงมีใครหลายคนอยากรู้ว่าพวกผู้หญิงที่ต้องแต่งตัวมิดชิดเกือบจะเห็นแต่ลูกตา มีอะไรเหมือนหรือแตกต่างจากชนชาติอื่นอย่างไร และอะไรที่เป็นตัวกำหนดหรือทำให้เกิดความแตกต่างนั้นๆ


ความเหมือนก็มีอยู่ เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ว่า ไม่ว่าชนชาติไหนๆ เรื่องผู้ชายผู้หญิงก็เป็นหัวข้อสนทนาเหมือนๆ กันทุกที่


เธอก็คงพอจะได้ไอเดียแล้วใช่มั้ยว่า หนังสือ "ทำสาว...เรื่องฉาวโฉ่" (ชื่อที่ฉันเพิ่งคิดได้เมื่อกี้ ต้องไปถามเหล่าประชาชนชาวกำมะหยี่ก่อนนะเธอ ว่ามันโอเครึเปล่า) คงจะมีแต่เรื่อง "โอ้โห" "อือฮือ" "ว้าย อะไรนั่น" เต็มไปหมด


ฉันจะพยายามเสกสรรถ้อยคำให้แสบสันต์ บาดลึก สะใจพวกเธอละกันนะจ้ะ


ว่าแต่คุณบอกอช่วยฉันด้วย!!

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551

Persepolis จัดเรท



แพร์ซโพลิส การ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ที่ควรได้รับคำแนะนำในการอ่าน

วันที่ 11 กันยายน หนังสือการ์ตูนที่เขียนขึ้นจากความทรงจำวัยเด็กของผู้หญิงคนหนึ่งจะมีชีวิตขึ้นในภาคภาษาไทย มาร์จอเน่ ซาทราพิ อาจเป็นเด็กหยาบคาย เป็นนักเรียนตัวร้าย เป็นพั้งค์ เป็นผัก เป็นผู้หญิงก๋ากั่น และเป็นอะไรอีกหลายอย่าง แต่โดยพื้นฐานแล้ว เธอเป็นเพียงเด็กหญิงคนหนึ่งที่พยายามจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดิ้นรนและแสวงหา...การดำรงอยู่ของตัวตนทั้งภายในและภายนอก

เราอยากให้คุณโยนอคติเกี่ยวกับความแตกต่างทั้งหลาย เพศ วัฒนธรรม ศาสนา สงคราม และการเมือง ทิ้งไป และใช้ความรู้สึกเพียวๆ ของการเป็นมนุษย์ในการทำความรู้จักกับเธอ เรามั่นใจว่าถ้าอ่านจนจบ คุณจะเห็นการต่อสู้ของคนเล็กๆ ในสังคมที่เปลี่ยนแปร - ชีวิตที่ปราศจากอิสรเสรีภาพในสังคมที่กดขี่และปิดกั้น และชีวิตที่ไร้ตัวตนในสังคมที่เปี่ยมไปด้วยเสรี - แล้วคุณจะเข้าใจและรักเธอ

เราก็แค่หวัง...ว่าหนังสือเล่มเล็กๆ สองเล่มที่ออกในวันอันมีนัยโหดร้ายวันนั้น จะมีอิทธิพลและส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ในทิศทางตรงข้าม ทะลุเปลือกนอกและอคติทั้งปวง ด้วยเชื่อมั่นในอัศจรรย์ของมนุษย์
+++

วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2551

Persepolis: กว่าจะมาเป็นเล่ม

รูปที่เธอเห็นอยู่นี่ เป็นรูปของหนังสือแพร์ซโพลิสทั้งสองเล่มที่เพิ่งพิมพ์เสร็จสดๆ ร้อนๆ ให้ฉันผู้เป็นแม่ (ถ้าจะเปรียบคงเป็นแม่นม ส่วนมาร์จอเน่เป็นแม่ผู้ให้กำเนิด) เข้าไปตรวจสอบคุณภาพของลูกๆที่ฉันฟูมฟักมากับมือทั้งภาษา สำนวนการแปล และการผลิตออกมาเป็นรูปเล่มจนถึงมือของผู้อ่าน(ที่มองลึกลงไปกว่าที่เห็นว่าหนังสือสองเล่มนี้เป็นแค่หนังสือการ์ตูนธรรมดา)

ฉันมักจะได้อะไรมากกว่าที่คาดไว้เสมอ การเยี่ยมเยือนหจก. วรรณกรรม พบคุณสุริยันต์ อันตนนา ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของโรงงานที่รับเข้าเล่มหนังสือ (Book Binding) แห่งนี้ ฉันไม่รู้มาก่อนว่ามีการแยกบริการการพิมพ์กับการเข้าเล่มออกจากกัน ในความรู้สึกของคนทั่วไป คือ เข้าโรงพิมพ์แล้วก็ออกมาเป็นหนังสือ ที่ไหนได้ขั้นตอนการเข้าเล่มหนังสือสำคัญมิใช่น้อยเลยนะเธอ โรงพิมพ์ก็ทำหน้าที่พิมพ์สมชื่อ แล้วก็ส่งกระดาษที่พิมพ์แล้วมาที่นี่เพื่อเข้าเล่ม ขั้นตอนแรกก็คือการตัดกระดาษตามรูปเล่ม จากนั้นก็เรียงหน้า แล้วจึงไสกาวไส้ใน เข้าเล่มกับตัวปก สุดท้ายก็การบรรจุหีบห่อสำหรับส่งไปยังบริษัทรับจัดจำหน่าย

ฟังๆ แล้วก็ไม่น่ายาก แต่งานปิดทองหลังพระนี้ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครๆ คิด คุณภาพของกระดาษเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพการเข้าเล่มอย่างที่ฉันไม่เคยนึกมาก่อน



จากภาพแรก เธอจะเห็นกาวร้อนๆ ที่สาดไปยังกระดาษแบบต่างๆ กระดาษสีน้ำตาลรีไซเคิลเป็นแบบที่กาวมีการเดือดปุดสูงสุด ผลเป็นอย่างไรหรือเธอ ก็ทำให้ตอนไสกาวเข้าเล่มมีฟองอากาศอยู่มาก หนังสือก็มีโอกาสหลุดเป็นชิ้นๆ ได้ง่ายไงล่ะ เธอลองดูคุณภาพกระดาษที่ทำให้เกิดฟองอากาศน้อยที่สุดนะ เมื่อฉันพลิกอีกด้านให้ดู คุ้นๆ มั้ยว่ามันคลับคล้ายคลับคลาเหมือนหน้าปกหนังสือเล่มไหน นี่คือสิ่งที่ฉันอยากเล่าให้เธอฟังว่าคุณภาพของกระดาษก็มีผลต่อความแข็งแรงคงทนของการเข้าเล่มหนังสือนะ



คำบรรยายในสไลด์คงบอกอะไรเธอได้พอสมควรนะ การกระทำหลายๆ อย่าง มาจากการเรียนรู้ข้อผิดพลาด ฝนเคยรั่วเมื่อตอนที่เป็นหลังคากระเบื้อง ตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นหลังคา metal sheet ถ้าไฟจะไหม้ ทำไงดีล่ะ มีแต่เชื้อไฟอย่างดีทั้งนั้น โรงงานนี้เดินสายไฟอยู่ระดับเหนือศีรษะทั้งหมด การช็อตหรือไหม้จะเกิดด้านบน สำหรับด้านล่าง หนังสือจะอยู่บนพาเลตทั้งหมด กันทั้งน้ำท่วมและขนย้ายสะดวกหากเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ โรงงานที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่รักษาความปลอดภัยจากอัคคีภัยและวาตภัย ยังต้องดูแลให้ลิขสิทธิ์ทางปัญญาไม่ได้ถูกผู้มิประสงค์ดีขโมยไปขาย เศษกระดาษที่พิมพ์เกินจะถูกนำไปจำหน่ายจ่ายแจกให้โรงงานรีไซเคิล ห้ามส่งเกินแม้เพียงเชือกฟางที่รัดกระดาษเข้าด้วยกัน บริเวณโรงงานห้ามบุคคลภายนอกเดินเพ่นพ่าน (ยกเว้นมาตรวจงาน ได้รับอนุญาตอย่างฉันเท่านั้น) ประตูม้วนไฟฟ้าปิดตอนห้าโมงเย็น



ถ้าเธอดูก่อนอ่าน ฉันว่าเธอทายไม่ถูกหรอกว่า ฉันต้องการจะสื่ออะไรจากสไลด์ชุดนี้ ลองปิดเนื้อหาข้างล่างแล้วลองคิดๆ ดูมั้ยละเธอ

เมื่อไสกาวเข้าเล่มหนังสือเรียบร้อยแล้ว พนักงานก็จะเช็ดทำความสะอาด เรียงเล่มเป็นปึกและใช้พลาสติกห่อ ของแบบนี้มีศิลปะในการทำงานนะจะบอกให้ ถ้าสังเกตจะเห็นว่า ไม่ได้เรียงแบบเดียวกัน ด้านที่มีพลาสติกหุ้มทั้งหมดจะเรียงเพื่อประโยชน์ในการนับ หันสันสีม่วงออกห้าเล่ม หันอีกด้านออกห้าเล่ม แต่สำหรับด้านที่พลาสติกหุ้มไม่หมด ถ้าไม่ใส่กระดาษขาวกันเปื้อนตรงช่วงที่ไม่มีพลาสติก ก็หันสันปกสีม่วงไว้ตรงกลาง ถ้าเพ่งมองจะเห็นว่ามีการเรียง 2 เล่มบนและล่างให้หน้าด้านสีขาวหันออกมา ส่วนอีกแปดเล่มที่เป็นไส้กลางจะหันสันทีม่วงซึ่งเราพิมพ์แบบเคลือบด้านเอาไว้อยู่แล้ว ทำให้เลอะยาก ถึงเลอะก็เช็ดออกค่ะ

แต่เดิมที่โรงงานไม่ได้ห่อด้วยพลาสติกหรอกนะ ห่อด้วยกระดาษธรรมดา แต่ข้อดีของพลาสติกคือ กันน้ำ มองเห็นง่าย การขนย้ายหนังสือผิดพลาดได้ยาก หากมีใครลักลอบขนหนังสือไปขายก็สามารถรู้ได้โดยง่าย หนังสือกองใดหายไปก็รู้ทันที คุณสุริยันต์ดูแล้วคุ้มแม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าถึงเท่าตัว ฉันเองมาตรวจคุณภาพหนังสือ เปิดหีบห่อพลาสติกเสียไปเป็นสิบ ให้รู้สึกเกรงใจไม่น้อย แต่เพื่อการตรวจเช็คคุณภาพ การมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแต่สร้างความมั่นใจให้เราได้ว่า ลูกค้าจะได้รับหนังสือที่มีคุณภาพ แต่อย่างไรก็ดี หากมีหนังสือด้อยคุณภาพเล็ดลอดไปได้ เรายินดีรับหนังสือคืนและเปลี่ยนเป็นหนังสือเล่มใหม่ที่สดใสกว่าให้สำหรับลูกค้าของกำมะหยี่ทุกท่าน ไม่ว่าจะซื้อผ่านร้านหนังสือร้านใดๆ

หวังว่าเธอคงเห็นความตั้งใจของพวกเราชาวกำมะหยี่ผ่านตัวอักษร ภาพ สไลด์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จนกระทั่งหนังสือพิมพ์เสร็จพร้อมส่งถึงมือเธอนะจ๊ะ

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2551

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Gamme Magie Grand Opening 18 Aug 08




ทางไปร้าน Parking Toys จำไว้ให้มั่น!

จากวิภาวดีเลี้ยวขวาที่แยกเกษตร ตรงไปเรื่อยๆ ข้ามแยกที่ตัดกับพหลโยธินเจอแยกร้านตำนัว ตรงไป

แยกสอง แยกร้าน The Pool ให้ชิดซ้าย พอข้ามแยกนี้ไปจะมีทางเบี่ยงซ้าย เข้า Neverland

ร้านจะอยู่ตรงทางเบี่ยงเลย (ระวังนิดนะคะ จะเลยเอาได้ง่ายๆ )