แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อิหร่าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อิหร่าน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เย็บถากปากร้าย: ต้องพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง


ในที่สุด ต้นฉบับหนังสือแปลเล่มที่สาม (สองเล่มแรก คือ แพร์ซโพลิส 1 และแพร์ซโพลิส 2) ของฉันก็ถึงโรงพิมพ์แล้ว ฉันอยากให้ลูกคนนี้คลอดตามกำหนดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 อย่างไรก็ดี ถ้าเด็กคลอดช้ากว่ากำหนด เท่าที่ทราบ ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติมากมายแต่อย่างใด ฉันคิดซะว่า ลูกจะได้อยู่ในครรภ์มารดา ได้ใช้เวลาใกล้ชิดกันมากขึ้นอีกนิดนึง

สำหรับฉันแล้วนิยายภาพ (Graphic Novel) เล่มนี้ ดูจะเป็นหนังสือที่อ่านง่าย เป็นหนังสือที่พูดถึงเรื่องที่คนอยากรู้อยากเห็น ด้วยความที่ต้องอ่านไปมาหลายรอบ ความคิดและทัศนคติของผู้หญิงอิหร่านที่ส่งผ่านภาพวาดและตัวหนังสือทำให้ฉันฉุกคิดและเปรียบเทียบกับความรู้สึกของตัวฉันเอง และเลยไปถึงความคิดและทัศนคติในเรื่องนี้ของเพื่อนพ้องชาวไทย

ทัศนคติที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์หญิงชายเหล่านี้มองได้หลายแง่ และแน่นอนว่าความคิดเห็นที่แตกต่างย่อมนำมาซึ่งการถกเถียง เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย บางเรื่องเป็นทัศนคติที่ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย แต่ถามว่า เป็นการสะท้อนเรื่องจริงที่เกิดขึ้นหรือไม่ เรื่องต่างๆ ที่กล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้บอกเล่าความจริงที่อาจจะเป็นสากลหรือไม่

...ฉันว่าคำตอบ "ใช่" คงเป็นคำตอบจากใครหลายๆ คน

บางครั้งเรายึดติดกับสิ่งที่ควรจะเป็น และหลอกตัวเองว่า "สิ่งที่ควรจะเป็น" เป็น "สิ่งที่เป็นอยู่จริง" อยู่ในโลกปัจจุบันนี้

ผู้ใหญ่หรือคนรุ่นเก่าที่ไม่ได้สัมผัสกับเรื่องราว ความเป็นไป ของลูกหลานในรุ่นถัดมา อาจจะเผลออ้าปากอุทานออกมาเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ไปได้ไม่กี่สิบหน้า บางคนอาจจะวางไม่ลง หรือบางคนทนอ่านต่อไปไม่ได้ รับไม่ได้ เป็นเรื่องเสื่อมเสีย ประมาณว่า "สกปรก ลามก"


ถ้าเป็นเด็กหรือวัยรุ่น อ่านแล้วอาจจะรู้สึกอบอุ่นใจว่ามีคนในประเทศอื่นที่คิดเห็นคล้ายๆ กับตน หรืออาจจะเป็นหนังสือที่ทำให้เด็กและวัยรุ่นมีทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ที่ผิดเพี้ยนไปจากที่พ่อแม่ ปู่ย่าตายายอบรมสั่งสอนมา

หากเปิดใจให้กว้างอีกสักนิด คิดวิเคราะห์ความเห็นของผู้หญิงต่างรุ่น ต่างประสบการณ์ อาจจะค้นพบสัจธรรมเหมือนฉันก็เป็นได้

"โลกนี้ไม่มีอะไรถูกผิด อาจจะเถียงกับคนอื่นให้ชีวิตมีรสชาติ ต้นดีปลายอาจจะดีหรือร้ายก็ได้ไม่มีใครรู้ อยู่ที่เราว่าเลือกจะทำอะไร ด้วยเหตุผลใด และอยู่กับสิ่งที่เลือกนั้นด้วยความสุขหรือไม่ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรากำหนดไม่ได้ แต่เรากำหนดได้ว่าเราจะรู้สึกกับทุกเรื่องราวในชีวิตอย่างไร"

มองให้ลึกอีกสักนิด หนังสือเล่มนี้จะไม่ใช่เพียงหนังสือลามก พูดเรื่องบัดสีบัดเถลิงเฉกเช่นหนังสือที่มีภาพและบทสนทนาคล้ายคลึงกัน

คงไม่มีใครให้คำตอบใดได้ดีไปกว่าตัวคุณเอง...

เย็บถากปากร้าย (Broderies/Embroideries)
Marjane Satrapi เขียน
ณัฐพัดชา แปล
วางจำหน่าย กุมภาพันธ์ 2552

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2551

PERSEPOLIS…ตราบรากเหง้าเราหยั่งลึก

โดย ผู้จัดการออนไลน์
8 ตุลาคม 2551 00:11 น.

...เสรีภาพเป็นสิ่งที่เราได้มาพร้อมกับความสูญเสีย...

เป็นเพียงน้ำเสียงหนึ่งของ PERSEPOLIS ผลงานการ์ตูนน่าอ่าน โดย Marjane Satrapi (ฉบับภาษาไทย แปลโดย ณัฐพัดชา สำนักพิมพ์ กำมะหยี่) นับเป็นการ์ตูนเรื่องเยี่ยมที่จะทำให้คุณตระหนักถึงความหมายของคำว่า ‘ชีวิต’...


ชีวิต...ในความหมายที่มิใช่เพียงการขีดวาดลากเส้นให้ตรง โดยไม่สะดุด หกล้ม พลาดพลั้ง บาดเจ็บ ทุลักทุเล แล้วเดินไปตามทางนั้นกระทั่งถึงจุดหมายซึ่งวาดหวังให้เป็นไป


หากคือชีวิตที่จำต้องออก ‘เดินทาง’ เพื่อค้นหา ทำความเข้าใจ และยอมรับกฎเกณฑ์ของโลกแห่งความเป็นจริง แม้ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณจะบอบช้ำบาดเจ็บ เต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์...


ไม่ว่าร่องรอยทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น เป็นผลพวงที่ได้รับจากสมรภูมิรบ แดนมิคสัญญีคุกรุ่น หรือจากคนรอบข้างในท่ามกลางโลกกว้างอันแสนเคว้งคว้างว่างเปล่า


อ่านต่อได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2551

รอบรู้ ลงลึก Persepolis & Iran

ฉันกำลังคิดอยู่ว่า ทำยังไงให้ข้อมูลที่อยู่ในบล้อกนี้อยู่ในรูปแบบที่คนอยากรู้จะอยากอ่าน หรือทำให้คนที่ผ่านเข้ามาแล้วอยากรู้แล้วก็ได้อ่านอย่างง่ายดาย คงถึงคราวที่ฉันจะต้องสรุปอีกครั้งเพื่อจัดหมวดหมู่ให้เข้าใจง่ายขึ้น


มาเริ่มกันที่หน้าปกเลยดีกว่า...ก็แค่อยากให้ดูอยู่คู่กัน

ดูหน้าฟังเสียงผู้แต่งเรื่อง Persepolis กันบ้างIt depends...มันก็แล้วแต่...

รู้จักมาร์จอเน่อีกนิดจากสิ่งที่เธอเล่าให้ฟังFrom Marjane's Trip to America

อ่านคำนำผู้แปลซะหน่อยเป็นไร Persepolis 1

Persepolis: กว่าจะมาเป็นเล่มปกหน้าหลัง คำโปรยอยู่ท้ายสุดของหน้าโฮมเพจของบล้อกเลยจ้ะ
ดูคำแนะนำในการอ่านสักนิด Persepolis จัดเรท แล้วต่อด้วย Press Release


หรือเธอลองไปที่บล้อกของสำนักพิมพ์กำมะหยี่เลยนะ ข้อมูลที่นั่น จัดหมวดหมู่ไว้อย่างสวยงาม น่าอ่านน่าชม แล้วถ้ายังไม่อิ่มหนำสำราญใจก็แวะมาที่นี่อีกครั้งได้เลยค่ะ

ฉันพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ Persepolis และอิหร่านเป็นไกด์ไลน์ภาษาอังกฤษไว้ที่ For my new Iranian friend

คำอธิบายเป็นภาษาไทยเกี่ยวกับบล้อกที่ฉันเขียนถึงแพร์ซโพลิสและประเทศอิหร่านที่ บล้อกมากมายที่อัพในช่วงนี้

บล้อกที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมีชื่อดังนี้ เธอจะคลิกลิงค์จากบล้อกนี้ไปเลยหรือค้นหาจากแถบค้นหาด้านบนโดยใส่คำที่เกี่ยวข้องก็ได้นะ เริ่มต้นแบบสบายๆ มายลสีสันของประเทศอิหร่านที่มีมากกว่าขาว-ดำ


ฉันใส่ลิงค์มุมมองของคนอิหร่านคนนึงที่เขียนบล้อกและพูดถึงแพร์ซโพลิสและประเทศของเขาให้ดูเป็นตัวอย่าง มีบล้อกของคนไทยอีกเยอะเลยที่เขียนถึงแพร์ซโพลิส(Persepolis) แต่ส่วนใหญ่จะพูดถึงเวอร์ชั่นที่เป็นหนังการ์ตูนนะจ๊ะ ถ้าใครสนใจก็ดูลิงค์ Persepolis ในเมืองไทยทางขวามือด้านล่างได้เลย

บทความสองเรื่องนี้เป็นความเห็นของแม่ชีศันสนีย์ที่ได้สัมผัสกับผู้หญิงอิหร่าน และเราจะนำมาปรับใช้กับปัญหาในเมืองไทยอย่างไร

แผนการเรียนการสอนจาก http://www.readwritethink.org/ และเว็บอื่นที่เกี่ยวข้อง นำ Persepolis มาใช้ในการเรียน สอนให้ผู้เรียนศึกษาสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้ง

ข่าว BBC ภาษาอังกฤษเรียงร้อยเหตุการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา ได้อย่างละเอียดเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยสนใจการเมืองตะวันออกกลางอย่างฉันเป็นต้น

บทความจาก Gardian หนังสือพิมพ์ออนไลน์เล่มนี้ให้มุมมองเปรียบเทียบหนังการ์ตูนกับการเมืองอิหร่าน-สหรัฐอเมริกาในมุมที่แตกต่าง

ฉันละตะลึงกับความเก่าแก่ของอารยธรรมและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เธอสามารถอ่านจากที่ฉันและเพื่อนกำมะหยี่ช่วยกันแปลและเกลา รวมทั้งลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติมที่เธอสามารถคลิกไปดูได้จากบทความนี้



ข้อมูลอื่นๆ อีกมากมายเกินกว่าที่ฉันจะนำมาสรุป แต่ก็ไม่ลำบากเกินไปที่จะรวบรวมลิงค์ไว้ให้ในบล้อกนี้ เลือกอ่านได้ตามสบายนะจ๊ะ ดูทางด้านขวามีทั้งไทยและเทศให้สมใจคนที่อยากรู้อะไร ต้องรู้ลึกๆ จ้ะ

ผู้จัดการออนไลน์ก็พูดถึงแพร์ซโพลิสนะ ตามไปดูที่นี่ได้เลย

ขอตบท้ายด้วยโฆษณาหนังสือการ์ตูนที่เป็นการ์ตูน...Persepolis Advertisement (in Cartoons too!) และการตลาดแบบแพร์ซโพลิสค่ะ...Persepolis Marketing Campaign

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เรียนรู้เพื่อเข้าใจ

มองนอกดูใน : หัวใจเดียวกัน

แหม ฉันเจอสองบทความเขียนโดยคนๆ เดียวกัน แต่น่าเอามาใส่ไว้ ณ ตรงนี้จริงๆ

+++
เมื่อต้นปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้รับเชิญจากรัฐบาลของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านให้ร่วมเป็นเกียรติในงานประกาศเกียรติคุณสตรีที่ได้รับการคัดสรร อันเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี แห่งการปฏิวัติอิสลามของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นพิธี ข้าพเจ้าได้มีโอกาสใช้เวลาหลังจากนั้นเยี่ยมชมสถานที่ พบปะบุคคล และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้หญิงอิหร่านในเรื่องของการทำงาน ทำให้ได้รู้ถึงหัวใจของผู้หญิงที่ต้องต่อสู้เพื่อชนะกิเลสในตัวเอง

เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ผู้หญิงอิหร่านนามว่า ชิริน อีบาดี ได้มาเยี่ยมข้าพเจ้าที่เสถียรธรรมสถาน เธอได้รับเชิญให้มาเยือนประเทศไทย เพื่อร่วมงาน "ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประชาธิปไตย" จัดโดยมูลนิธิสันติภาพนานาชาติ เธอผู้นี้เป็นผู้หญิงมุสลิมคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในปี 2546 และเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี เด็ก และผู้ลี้ภัย เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้นำของ Associate for the Support of Children ฯลฯ เธอเคยเดินทางมาฮันนีมูนที่เมืองไทยเมื่อหลายปีก่อน และการแวะเยี่ยมข้าพเจ้าครั้งนี้ก็เนื่องจากได้รับทราบว่าข้าพเจ้าทำงานมากมายเกี่ยวกับเด็กและผู้หญิง ซึ่งเป็นงานที่เธอทุ่มเทเช่นกัน เราจึงมีโอกาสได้พูดคุยกัน และชวนกันสานต่องานว่าด้วยเรื่องเด็กและผู้หญิง


อีบาดี กล่าวว่า เธอรู้ว่าข้าพเจ้าทำงานหลายอย่างเพื่อเด็ก เธอจึงอยากจะขอให้ข้าพเจ้าช่วยทำงานกับเด็กๆ มุสลิมทางใต้ด้วย อีกทั้งเสนอแนะว่าควรมีโรงเรียนให้ทั้งเด็กพุทธและเด็กมุสลิมได้เติบโตมาด้วยกัน เพื่อพวกเขาจะได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตร่วมกัน เมื่อโตขึ้นเด็กเหล่านี้จะรู้ว่าไม่มีความแตกต่างในเรื่องของวัฒนธรรมที่ทำให้เกิดความแตกร้าวขึ้นได้ เพราะ
ถ้าเราปล่อยให้สังคมมุสลิมอยู่แต่ในสังคมตัวเอง และสังคมพุทธก็อยู่ในสังคมตัวเอง จะไม่มีทางที่ทำให้สองฝ่ายเข้าใจกันได้เลย

ข้าพเจ้าจึงเล่าให้อีบาดีฟังว่าเรามีโอกาสเดินทางไปคุยกับครูอาจารย์ในจ.ยะลา เพื่อเป็นการให้กำลังใจพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิม ที่ทำงานช่วยเหลือเด็กๆ โดยเอาประสบการณ์ที่ไปเยี่ยมเด็กๆ ในหกจังหวัดทางภาคใต้ที่ประสบธรณีพิบัติภัยสึนามิ และได้ทำงานสร้างห้องสมุดในหมู่บ้านชั่วคราวที่มีทั้งเด็กไทยและเด็กมุสลิมซึ่งข้าพเจ้ามั่นใจว่าภาษาและวัฒนธรรมในการดำเนินชีวิตจะสามารถเชื่อมโยงให้เด็กๆ สัมผัสหัวใจของกันและกันได้โดยการอ่านหนังสือ เวลาที่เราทำห้องสมุด เราเลือกหนังสือที่ทำให้เด็กชาวพุทธ มุสลิม คริสต์ ได้เข้าไปอ่านในห้องเดียวกันได้ รอยยิ้มของเด็ก ๆ ที่เป็นธรรมชาติเป็นความสุขอันเดียวกัน ความสุขเป็นเรื่องสากล ไม่ว่าจะเป็นความสุขของเด็กคนไหนก็เป็นความสุขของโลกใบเดียวกัน เด็กๆ ที่อยู่ในวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่สามารถมีหัวใจอันเดียวกันได้


ข้าพเจ้าคุยกับเธอว่า จากการทุ่มเททำงานมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องผ่านอุปสรรคต่างๆ เธอยังมีความกลัวอะไรอยู่บ้างไหม เธอตอบว่า ความกลัวเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง เหมือนความหิวที่เราห้ามไม่ได้ไม่ว่าเราจะอยากหรือไม่อยาก แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ได้เรียนรู้ว่า เธอจะไม่ปล่อยให้ความกลัวใดเข้ามากีดขวางการทำงานของเธอ กอปรกับเธอเป็นผู้ปฏิบัติในศาสนาอิสลาม สิ่งนี้มีส่วนช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นอย่างมากทีเดียว

" พระองค์อัลเลาะห์ได้ช่วยอะไรคุณบ้าง ? " ข้าพเจ้าถามก่อนจะลาจากกันในวันนั้น

"พระองค์อัลเลาะห์อยู่ในตัวฉัน และเฝ้าดูฉันอยู่ตลอดเวลา หากฉันทำไม่ดี พระองค์อัลเลาะห์ก็จะไม่ยอมรับ ทุกครั้งที่ฉันช่วยคนแต่ละคน ฉันรู้ว่าพระองค์อัลเลาะห์มีความสุข"

หากทุกคนมีสิ่งยึดเหนี่ยวที่ถูกที่ควรในใจ ไม่ว่าจะเกิดชาติไหน...ไหน ก็ควรจะมีหัวใจเดียวกัน...คือหัวใจแห่งความดีงาม อันจะนำมาซึ่งความสงบและผาสุกของตน ของสังคม และของโลก

ธรรมสวัสดี
คม-ชัด-ลึก วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2548
+++

มุมต่างเรื่องผู้หญิงอิหร่านจากเสถียรธรรมสถาน



ข้อความข้างล่าง ฉันก๊อปปี้มาจากลิงค์ข้างบน ฉันอ่านมาหลายเว็บ เห็นความเฉพาะตัวของอิหร่านที่แตกต่างสุดขั้วอย่างที่ไม่น่าเป็นไปได้ ในขณะที่ใครๆ ก็ดูจะคิดว่า อิหร่านกดขี่ผู้หญิง ต้องสวมฮิญาบบ้างล่ะ ห้ามขี่จักรยานบ้างล่ะ ถ้าสามีต้องการหย่า 3 ครั้ง ผู้หญิงก็ต้องยินยอม แต่ก็ผู้หญิงนั่นแหละที่เรียนในระดับปริญญาตรีสูง รองประธานาธิบดีของอิหร่านก็เป็นผู้หญิง ในบางมุม การสวมฮิญาบเป็นการรักษาความปลอดภัยให้ผู้หญิง การแต่งกายอวดเนื้อหนังมังสาแบบตะวันตกดูเหมือนมองว่าผู้หญิงเป็นวัตถุแห่งเซ็กซ์ เมื่อฉันยิ่งศึกษาลึกลงไปเท่าใด อะไรที่คิดว่าถูก อาจจะไม่ถูก อะไรที่คิดว่าผิด แต่ถ้ามองอีกมุมก็ไม่ผิดนะ ฉันก็คงทำได้แค่หาข้อมูลมาให้เธอพิจารณาและตัดสินใจเอาเองแหละ ถ้าเรื่องไหนน่าสนใจ ฉันอาจจะนำมาใส่เป็นบทความ หรืออย่างน้อย ฉันก็ใส่ลิงค์ให้เธอไปเลือกแวะชมนะ ลองอ่านบทความข้างล่างดูละกัน ว่าความแตกต่าง บางครั้งก็เป็นแค่ความแตกต่าง อย่าไปตัดสินอะไรให้มันซะทุกอย่าง


+++

เมื่อได้ข่าวว่าข้าพเจ้าจะต้องมาเข้าร่วมประชุมที่ประเทศอิหร่าน คนใกล้ตัวได้ให้ข้อมูลที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องเตรียมตัวทั้งภายนอกคือเรื่องเครื่องแต่งกายที่ผู้หญิงจะต้องใช้ผ้าคลุมศีรษะและแต่งตัวที่เห็นได้แค่หน้ากับมือเท่านั้น ส่วนเรื่องภายใน ข้าพเจ้าจะต้องเตรียมจิตใจเพื่อเรียนรู้กับเพื่อนมุสลิม

วันแรกที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวอิหร่าน ข้าพเจ้าเห็นผู้คนที่เดินอยู่บนท้องถนนมากมายสวมเสื้อคลุมสีดำตั้งแต่ศรีษะจรดเท้า แต่ใบหน้ามีรอยยิ้มและแววตาที่มีความเป็นมิตรไมตรี

การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้รางวัลแด่ผู้หญิงมุสลิมที่ทำงานอันเป็นประะโยชน์แก่ศาสนาอิสลามในการประชุมเรื่อง "มุมมองของผู้หญิงทั่วโลกที่มีต่อการปฏิวัติอิสลาม" ( Islam Revolution in the World women’s Thought ) ณ กรุงเตหะราน ในวันที่ ๑๐ มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ ๒๕ ปีแห่งการปฎิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเรียนรู้กับเพื่อนผู้หญิงมุสลิมมากมากจากหลายประเทศอาทิ สตรีที่มาจากเลบานอล กาน่า อียิปต์ เยอรมัน รัสเซีย เซ้าว์อัฟริกา เคนย่า ฯลฯ และสุภาพสตรีที่ทำงานในรัฐบาลอิหร่านอันได้แก่ Dr. Masoume Ebterkar ที่เป็นรองประธานาธิบดีและเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อม และ Dr. Zahra Shojaei ที่ปรึกษาประธานาธิบดีและหัวหน้าสำนักงานของประธานาธิบดีในส่วนของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิง และบุคคลสำคัญที่ข้าพเจ้าได้พบอีกท่านหนึ่งคือ บุตรสาวของท่านอิมาม โคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ที่เคยกล่าวถึงความสำเร็จของการปฏิวัติว่า "ในการปฏิวัติอิสลาม เราเป็นหนี้ผู้หญิงอิหร่านทั้งประเทศ เพราะผู้หญิงทุกคนได้เสียสละลูก สามีและความสะดวกสบายต่างๆเพื่อให้การปฏิวัติสำเร็จ" และ ยังกล่าวถ้อยคำอย่างหนักแน่นไว้อีกด้วยว่า "ผู้หญิงคือผู้สร้างสังคม" Mrs. Zahra Mostafavi เองก็ได้ย้ำกับกลุ่มสตรีนานาชาตินี้ว่า การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านเป็นต้นแบบของการปฏิวัติทั่วไป โดยจุดมุ่งหมายของการปฏิวัติคือการปฏิวัติจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าของมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

มีสิ่งที่น่าจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกเรื่องหนึ่ง คือเมื่อข้าพเจ้าได้สนทนากับรองประธานาธิบดีหญิงที่ในสมัยการปฎิวัติเธอเป็นผู้หนึ่งที่เข้าร่วมขบวนการปฏิวัติ เธอได้ย้ำว่า "ท่านอิมามโคมัยนีไม่ได้เป็นเพียงผู้นำการปฏิวัติเท่านั้น แต่ท่านยังให้เครื่องมือในการปฏิบัติตนเพื่อให้ดูแลชีวิต โดยเน้นถึงการนำคำสอนของศาสดามาใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน และในการทำงานของรัฐบาลอิหร่าน ไม่ว่าจะมีการพัฒนาในทางใดก็ตามเพื่อความก้าวหน้าของประเทศ แต่จุดสำคัญที่ยังต้องคงไว้คือหลักการทางศาสนา เพราะศาสนาจะทำให้พัฒนาจิตใจให้เข้มแข็ง เราเชื่อมั่นว่าหากเราให้ความเข้มแข็งทางจิตใจแก่เด็กและเยาวชนคนรุ่นถัดไปจากเราได้ เราก็จะไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องพฤติกรรมของเขาในอนาคต"

ข้าพเจ้าได้แสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนว่า การปฏิวัติคือกระบวนเริ่มต้นที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ออกมาจับมือทำงานร่วมกัน ภายใต้ผ้าคลุมสีดำที่มีแสงสว่างแห่งปัญญา และแววตาของความเป็นมิตรที่เปิดใจพร้อมที่จะเรียนรู้และท้าทายในสิ่งที่จะทำได้ยาก โดยการจับมือกันสร้างเครือข่ายของวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ภายในจิตใจของตัวเอง

การประชุมครั้งนี้สรุปได้ว่า สตรีมุสลิมคือพลังปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ในการประกาศศักดิ์ศรีที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์ที่ท้าทายความเสื่อมทรามของศีลธรรม ที่นำสตรีมาเป็นเครื่องมือในการโหมกระพือวัฒนธรรมบริโภคนิยม การบูชาลัทธิวัตถุนิยมสุดโต่ง และขบวนการเสรีนิยมที่ไร้ขอบเขต ซึ่งในที่สุดแล้วไม่แต่เพียงสตรีเท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อผู้น่าสงสาร แต่เป็นมนุษยชาติทั้งมวลนั่นเอง ที่ต้องประสบกับความหายนะที่เลวร้ายที่สุด ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ


ธรรมสวัสดี
+++

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เตรียมตัวก่อนถกเรื่อง Persepolis


ฉันทึ่งอีกแล้ว อยากกลับไปเป็นนักเรียนใหม่ แล้วได้สนุกพร้อมรับความรู้จากการเรียนเหมือนกับที่แผนการสอน

Gaining Background for the Graphic Novel Persepolis: A WebQuest on Iran

แผนการสอนนี้กินระยะเวลาถึง 10 คาบ ให้นักเรียนได้เตรียมตัว ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประเทศอิหร่าน ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีการดำเนินชีวิต และเรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิวัติและการเมืองการปกครองในยุคเดียวกับที่ Marjane Satrapi หรือหนูน้อยมาร์จี้ของฉันกำลังเติบโต ฉันว่ามันเป็นการเรียนรู้ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่อ่านหนังสือที่บังคับให้อ่านนอกเวลาเพื่อให้สอบผ่านไปเท่านั้น เราสามารถสอดแทรกอะไรหลายๆ อย่างไปกับการอ่านหนังสือ Persepolis มีการฝึกทักษะการนำเสนอในแผนการสอนนี้เช่นกัน ฝึกการค้นคว้าหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ฝึกทำสไลด์นำเสนอข้อมูล ยังได้ฝึกการสรุปความ ที่สำคัญ ในแผนสั่งห้ามไม่ให้ทำสไลด์แบบให้ผู้ฟังอ่าน (โอ้ย อยากให้มาบอกอาจารย์หลายๆ คนในเมืองไทยจริงๆ ฉันจำได้ว่าสมัยเรียน เรียกกันว่า ปิ้งสไลด์ อาจารย์บางคนใช้สไลด์ชุดเดิมทุกปี หลังจากเราซีร็อกซ์เล็คเชอร์แล้ว ก็ไม่ต้องขึ้นเรียน อ่านเอาดีไม่ดีท็อป อย่างที่ฉันเคยทำมาแล้ว และคนที่ให้ยืมซีร็อกซ์เล็คเชอร์ก็ค้อนตาขวับ)

มีข้อมูลให้อ่านมากมายในแผนการสอนนี้อีกเหมือนกัน มีกระทั่งการสอนวิธีใช้งาน power point แบบง่ายๆ การเรียนรู้เกิดขึ้นอยู่เสมอ ทำให้นักเรียนรู้ว่า อะไรที่เขาไม่รู้ก็สามารถหาได้ อยุ่ที่จะหา จะอ่าน จะทำรึเปล่า ไม่ใช่นั่งรอให้ใครมาป้อน เดี๋ยวฉันอ่านได้อะไรน่าสนใจเกี่ยวกับอิหร่านเพื่อปูพื้นฐานให้เธออ่าน Persepolis ได้เข้าใจลึกซึ้งขึ้นแล้วฉันจะมาเล่าให้ฟังนะจ๊ะ

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เที่ยวอิหร่านกับณัฐพัดชา

Iran

คลิกรูปแล้วไปเที่ยวด้วยกันเลยนะคะ

รูปส่วนใหญ่ฉันได้มาจาก http://www.tehran24.com

อิหร่านที่เธอคงไม่เคยเห็น

Posted by Picasa

น้ำตก Margoon

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของอิหร่านที่น้อยคนจะรู้

Azadi Monument (Freedom Monument) in Tehran, Iran

“ถัดจากห้วงแห่งความคิด คือท้องทุ่งกว้าง ฤาเราจะพบกันที่นั่น” รูมี นักปรัชญาชาวเปอร์เซีย (1207-1273)

หลายพันปีมาแล้วที่ชาวเปอร์เซียสรรสร้างความงาม หลายร้อยปีก่อนหน้าความศิวิไลซ์อย่างที่เรารู้จักจะเกิดขึ้น ชนเผ่าอารยันที่อพยพเข้ามาในดินแดนแถบนี้ได้นำเลือดใหม่เข้ามาผสมผสานในดินแดนของชาวอิหร่านและทางเหนือของอินเดีย เลือดใหม่นำมาซึ่งภาษาสันสกฤตอันเป็นภาษาแม่ของภาษาในตระกูลอินโด-ยูโรเปียนทั้งหมด และการผสมผสานทางความคิดก็ก่อให้เกิดคัมภีร์พระเวท อุปนิษัท และพระพุทธเจ้า ชาวเปอร์เซียเป็นต้นธารแห่งความศิวิไลซ์ ที่ลำเลียงเลือดเนื้อ ความคิด ศิลปะ และความเชื่อทางศาสนา ไปสู่ตะวันออกและตะวันตกของโลก ความเชื่อโบราณของเปอร์เซียใช่เพียงส่งผลอิทธิพลต่อศาสนายูดาย คริสต์ และอิสลามเท่านั้น หากแต่เป็นหนึ่งในปรัชญาศีลธรรมขั้นสูงสุดตลอดกาลของแนวคิดที่ว่า ชีวิตคือการต่อสู้ดิ้นรนเพียงชั่วครู่ชั่วยามระหว่างแสงสว่างและความมืดมน ความถูกต้องและความผิด ความดีและความชั่ว และมนุษย์พึงต่อสู้เพื่อแสงสว่าง และช่วยให้เทพแห่งแสงสว่าง (Ahura Mazda) มีชัยในสงครามอันยิ่งใหญ่ซึ่งมีขอบเขตกว้างไกลทั่วจักรวาลและมีระยะเวลายาวนาน สงครามนี้ทำให้มนุษย์แต่ละคนมีความหมาย คุณค่า และเกียรติภูมิที่ไม่สูญลับแม้เมื่อชีพดับสูญ

สองพันห้าร้อยปีผ่านไปนับตั้งแต่ชาวเปอร์เซียสร้างจักรวรรดิแรกสุดของโลกขึ้น ในตอนนั้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการจารึกว่า จักรวรรดิอันไพศาลเกือบเท่าสหรัฐอเมริกามีการปกครองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพ โครงข่ายการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว การขนย้ายสินค้าและการสัญจรของผู้คนได้รับการอารักขาอย่างดีตามถนนหลวง และแม้กระทั่งช่วงที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยกทัพเข้ามารุกรานและยึดครองดินแดนนี้ พระองค์ทรงประทับใจในศิลปวัฒนธรรมและไมตรีจิตของชาวเปอร์เซีย ความละเมียดละไมและสง่างามของชีวิต ไม่เพียงเท่านั้น ความงามและความอ่อนน้อมของผู้หญิงอิหร่านก็ทำให้อเล็กซานเดอร์มหาราชละทิ้งแนวคิดของการพิชิตชัย และเสนอให้มีการผสานเลือดเนื้อและความศิวิไลซ์ของกรีกและเปอร์เซียเข้าด้วยกัน กระทำตนเป็นแบบอย่างให้เหล่าทหารหาญโดยเข้าพิธีอภิเษกกับสตรีเปอร์เซีย

ไม่นานต่อมา ก็มีเหล่าผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่อีกหลายพระองค์ รัฐบาลที่มีระเบียบแบบแผน และการสร้างสรรค์งานศิลปะ วัสดุทุกประเภท ตั้งแต่ผืนแพรละเอียดอ่อนจนถึงเหล็กหรือทองแดงที่แข็งแกร่งที่สุด ผ่านการรังสรรค์ของช่างผู้ชำนาญและการออกแบบที่ประณีต ซึ่งปัจจุบันเป็นแรงบันดาลใจทางศิลปะที่ส่งอิทธิพลต่อการตกแต่งแบบไบเซนไทน์และเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในเปอร์เซียอิสลาม

การรุกรานของชาวอาหรับส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของพัฒนาการทางวัฒนธรรม แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงร้อยปี ชาวเปอร์เซียก็เอาชนะชาวอาหรับผู้รุกรานได้ ชาวเปอร์เซียปฏิบัติต่อชาวอาหรับเฉกเช่นชาวกรีกปฏิบัติต่อชาวโรมัน ศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์กลายเป็นศรัทธาใหม่สำหรับชาวเปอร์เซีย มีการสร้างนักภาษาศาสตร์ นักไวยากรณ์ นักพจนานุกรมศาสตร์ และนักประวัติศาสตร์ ขึ้นมาเพื่อพลิกฟื้นวรรณกรรมยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) ต่อมาไม่นาน ห้องสมุดประชาชนที่เมืองเรย์ก็ต้องใช้แคตาล็อกสำหรับจดชื่อหนังสือในห้องสมุดนั้นถึงสิบเล่มใหญ่ๆ เมืองเมรีมีห้องสมุดถึง 10 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีหนังสือ 12,000 เล่ม ในช่วงต้นๆ หรือเพียงศตวรรษที่สามของยุคมุสลิม ชาวเปอร์เซียก็มีนักประวัติศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง อัล-ตาบารี และเมื่อ 900 ปีที่แล้ว นักปราชญ์ชาวเปอร์เซีย อิบนุ มิซกะวัยฮ (Ibn Miskawayh) ได้จารึกสิ่งซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์สากลเล่มแรกของโลกจากมุมมองทางปรัชญา

ไม่มีชนชาติใดในประวัติศาสตร์ อาจยกเว้นเพียงชาวญี่ปุ่น ที่มีกวีมากเท่าเปอร์เซีย โอมาร์ คัยยาม, ฮาเฟซ ซาอิด, รูมี และ แฟร์ดอว์ซี เป็นเพียงตัวอย่างของกวีชาวเปอร์เซียชื่อก้องโลก มหากาพย์ชอห์นอแมร์ Shahnameh หรือตำนานวีรกษัตริย์ของแฟร์ดอว์ซีเป็นหนึ่งในผลงานเอกของวรรณกรรมโลกซึ่งไมมีงานเขียนใดที่มีการประพันธ์ บรรยาย หรือนำเสนอ จะงดงามทัดเทียมมหากาพย์ Shahnameh ที่แสนพิเศษสุด ซึ่งได้รับการเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์หรือของสะสมส่วนบุคคล

ยังไม่ได้กล่าวถึงความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของแพร์สโพลิส Persepolis โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ และภาพสลักอันมโหฬาร ยังไม่ได้กล่าวถึงภาพสลักหินของชาวเปอร์เซียจากสมัยพระเจ้าดารีอัสที่หนึ่งถึงชาปูร์ที่สอง และยังไม่ได้กล่าวถึงซากปรักที่หลงเหลือเพียงเสี้ยวของศิลปะแบบเปอร์เซียที่ชาวตุรกี ชาวมองโกล และกองทัพทาร์ทาร์ทิ้งไว้ ชาวเปอร์เซียปฏิบัติต่อผู้ยึดครองเหล่านี้เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อชาวอาหรับ เปอร์เซียเปลี่ยนผู้รุกรานจากทหารหาญให้เป็นศิลปิน

ชาวมองโกลผู้รุกรานย่ำยีความรุ่งเรืองเหลือไว้เพียงซาก ทำลายคลองส่งน้ำบำรุงผืนดิน กวาดล้างห้องสมุดที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของชาวเปอร์เซีย เปอร์เซียกลับตอบแทนการกระทำของผู้ทำลายด้วยการเปลี่ยนชาวมองโกล...เช่นเดียวกับผู้รุกรานกลุ่มอื่น...ให้เป็นผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและผู้สรรสร้างงานศิลปะ

เมืองทาบริซ (Tabriz) ที่มั่งคั่งจากการค้าระหว่างแดนมองโกลทางตะวันออกกับหัวเมืองต่างๆ ของทะเลดำ เป็นไปได้ว่าชาวมองโกลใช้เส้นทางนี้นำศิลปะการพิมพ์จากจีนเข้ามา ทาบริซจึงพิมพ์ธนบัตรเองได้ในปี ค.ศ. 1294 คงไม่ต้องกล่าวถึงสุเหร่าอันยิ่งใหญ่มากมายที่สร้างขึ้นและถูกทำลายที่ทาบริซ จากการสังเกตการณ์อันโด่งดังที่ Maragha ใกล้ทาบริซ ที่ซึ่งในปี 1259 ฮูลากูข่าน (Hulagu)แนะนำนักดาราศาสตร์ชั้นนำชาวจีนให้โลกมุสลิมได้รู้จัก และเมืองมหาวิทยาลัยที่สร้างขึ้นบริเวณตอนใต้ของทาบริซ โดยนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ราชิด อัล-ดิน ในช่วงต้นศตวรรษที่ 14 ของคริสตกาล ทั้งยังเคยกล่าวไว้ว่า “ไม่มีการกระทำใดที่จะยอดเยี่ยมไปกว่าการสนับสนุนวิทยาศาสตร์และปรัชญา...เพื่อให้นักปราชญ์สามารถสร้างผลงานได้อย่างเต็มที่ปราศจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ”

เธอเคยเห็นมุมนี้ของอิหร่านมั้ย ติดตามต่อไปนะ ว่าฉันจะหันมุมไหนของอิหร่านให้เธอมองอีก...

ถอดความจากบทความของ Will Durant โดยคำแนะนำของ Dr. Reza Rafaei

ศึกษาในเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติการศึกษาอิสลามได้ที่นี่
หรือไปเที่ยวอิหร่านก็ลองดูข้อมูลจากเว็บนี้นะจ๊ะ