ตามไปอ่านที่บล้อกของกำมะหยี่ได้เลยนะคะ ถ้าอ่านแล้วไม่ขำ ยินดีให้ประทุษร้ายด้วยส่วนล่างสุดของร่างกายค่ะ :)
http://gammemagie.blogspot.com/2009/03/blog-post_03.html
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Marjane Satrapi แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Marjane Satrapi แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
เย็บถากปากร้าย: ต้องพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง

ในที่สุด ต้นฉบับหนังสือแปลเล่มที่สาม (สองเล่มแรก คือ แพร์ซโพลิส 1 และแพร์ซโพลิส 2) ของฉันก็ถึงโรงพิมพ์แล้ว ฉันอยากให้ลูกคนนี้คลอดตามกำหนดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 อย่างไรก็ดี ถ้าเด็กคลอดช้ากว่ากำหนด เท่าที่ทราบ ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติมากมายแต่อย่างใด ฉันคิดซะว่า ลูกจะได้อยู่ในครรภ์มารดา ได้ใช้เวลาใกล้ชิดกันมากขึ้นอีกนิดนึง
สำหรับฉันแล้วนิยายภาพ (Graphic Novel) เล่มนี้ ดูจะเป็นหนังสือที่อ่านง่าย เป็นหนังสือที่พูดถึงเรื่องที่คนอยากรู้อยากเห็น ด้วยความที่ต้องอ่านไปมาหลายรอบ ความคิดและทัศนคติของผู้หญิงอิหร่านที่ส่งผ่านภาพวาดและตัวหนังสือทำให้ฉันฉุกคิดและเปรียบเทียบกับความรู้สึกของตัวฉันเอง และเลยไปถึงความคิดและทัศนคติในเรื่องนี้ของเพื่อนพ้องชาวไทย
ทัศนคติที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์หญิงชายเหล่านี้มองได้หลายแง่ และแน่นอนว่าความคิดเห็นที่แตกต่างย่อมนำมาซึ่งการถกเถียง เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย บางเรื่องเป็นทัศนคติที่ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย แต่ถามว่า เป็นการสะท้อนเรื่องจริงที่เกิดขึ้นหรือไม่ เรื่องต่างๆ ที่กล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้บอกเล่าความจริงที่อาจจะเป็นสากลหรือไม่
...ฉันว่าคำตอบ "ใช่" คงเป็นคำตอบจากใครหลายๆ คน
บางครั้งเรายึดติดกับสิ่งที่ควรจะเป็น และหลอกตัวเองว่า "สิ่งที่ควรจะเป็น" เป็น "สิ่งที่เป็นอยู่จริง" อยู่ในโลกปัจจุบันนี้
ผู้ใหญ่หรือคนรุ่นเก่าที่ไม่ได้สัมผัสกับเรื่องราว ความเป็นไป ของลูกหลานในรุ่นถัดมา อาจจะเผลออ้าปากอุทานออกมาเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ไปได้ไม่กี่สิบหน้า บางคนอาจจะวางไม่ลง หรือบางคนทนอ่านต่อไปไม่ได้ รับไม่ได้ เป็นเรื่องเสื่อมเสีย ประมาณว่า "สกปรก ลามก"

ถ้าเป็นเด็กหรือวัยรุ่น อ่านแล้วอาจจะรู้สึกอบอุ่นใจว่ามีคนในประเทศอื่นที่คิดเห็นคล้ายๆ กับตน หรืออาจจะเป็นหนังสือที่ทำให้เด็กและวัยรุ่นมีทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ที่ผิดเพี้ยนไปจากที่พ่อแม่ ปู่ย่าตายายอบรมสั่งสอนมา
หากเปิดใจให้กว้างอีกสักนิด คิดวิเคราะห์ความเห็นของผู้หญิงต่างรุ่น ต่างประสบการณ์ อาจจะค้นพบสัจธรรมเหมือนฉันก็เป็นได้
"โลกนี้ไม่มีอะไรถูกผิด อาจจะเถียงกับคนอื่นให้ชีวิตมีรสชาติ ต้นดีปลายอาจจะดีหรือร้ายก็ได้ไม่มีใครรู้ อยู่ที่เราว่าเลือกจะทำอะไร ด้วยเหตุผลใด และอยู่กับสิ่งที่เลือกนั้นด้วยความสุขหรือไม่ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรากำหนดไม่ได้ แต่เรากำหนดได้ว่าเราจะรู้สึกกับทุกเรื่องราวในชีวิตอย่างไร"
มองให้ลึกอีกสักนิด หนังสือเล่มนี้จะไม่ใช่เพียงหนังสือลามก พูดเรื่องบัดสีบัดเถลิงเฉกเช่นหนังสือที่มีภาพและบทสนทนาคล้ายคลึงกัน
คงไม่มีใครให้คำตอบใดได้ดีไปกว่าตัวคุณเอง...
เย็บถากปากร้าย (Broderies/Embroideries)
Marjane Satrapi เขียน
ณัฐพัดชา แปล
วางจำหน่าย กุมภาพันธ์ 2552
ป้ายกำกับ:
ณัฐพัดชา,
มาร์จอเน่ ซาทราพิ,
เย็บถากปากร้าย,
อิหร่าน,
Broderies,
Embroideries,
Marjane Satrapi
วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552
เพราะเธอแท้เทียว...

ต้องเป็นเพราะเธอแน่ๆ
วันนี้มี "เธอ" มาเป็นแขกรับเชิญที่บ้านตั้งแต่บ่ายต้นๆ ด้วยบ้านฉันมีอุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์ให้ยืม ทำให้การทำงานของเธอราบรื่น
การให้คือการรับ
ฉันให้ที่นั่งทำงาน เธอทำให้ฉันขยัน ได้กินก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าอร่อยถัดไปอีกซอย(อยู่มาตั้งนานไม่เคยรู้เล้ย) ไส้เป็ดซื้อกลับอีกสองถุงใหญ่(ซึ่งหมดไปแล้ว)
เริ่มตั้งแต่รีดผ้า จัดชั้นวางเครื่องสำอาง ล้างห้องน้ำ ขัดพื้นระเบียง จัดตู้เสื้อผ้า ล้างจาน จัดโต๊ะเครื่องแป้ง หุงข้าว ต้มไข่ยางมะตูม แล้วก็ล้างจาน รดน้ำต้นไม้ ฉีดยาฆ่าเพลี้ย จ่ายบัตรเครดิต หาของกินแก้เซ็ง(ที่งานไม่เสร็จซักที) และก็ล้างจานรอบสาม(มั้ง)ณ บัดนี้ก็ได้เวลาตีสาม ฉันยังขยันทำงานต่อไปจนกระทั่งเกลาๆ กลึงๆ ต้นฉบับ Embroideries ของ Marjane Satrapi ทำสาว...เรื่องฉาวโฉ่ เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่แก้ในไฟล์ เช็คคำศัพท์และคำอ่านจากเพื่อนผู้แสนดีชาวอิหร่าน ผู้ซึ่งบินตรงจากอิหร่านมาช่วยฉันวันพุธนี้ แล้วก็จะส่งต่อให้ท่านบก. ทั้งสองพิจารณาต่อไป
ต้องนินทาตัวเองให้ฟังนิดหน่อยว่า โรคประจำตัวของฉันคือ จะขอผลัดวันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไฟลนก้นถึงจะเริ่มทำงาน(ที่ต้องทำให้เสร็จตามกำหนดเวลา)อย่างที่เธออ่านมา ฉันทำสารพัดเรื่องจนหมดข้ออ้างแล้วถึงได้ทำ สงสัยฉันจะเป็นโรคจิต
วันนี้เป็นวันที่โพรดักทีฟจริงๆ ฉันเลยคิดว่า ถ้า "เธอ" มาบ่อยๆ สงสัยฉันจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนแท้เทียว
อิอิ
ป้ายกำกับ:
งานของฉัน,
ฉัน,
ณัฐพัดชา,
ไดอารี่,
Marjane Satrapi
วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551
ทำสาว...เรื่องฉาวโฉ่
เสร็จแล้ว แปลเรียบร้อยแล้ว แต่ยังส่งต่อให้บรรณาธิการคนเก่งของฉันยังไม่ได้ เรื่องนี้ถ้าจะให้ฉันเปรียบเทียบความยากง่ายกับหนังสือของแม่ซาทราปิสองเล่มก่อนที่ฉันแปล เล่มนี้ง่ายกว่าเยอะ แต่สิ่งที่ท้าทายความสามารถของฉันก็คือ ...ใช้ถ้อยคำอย่างไรให้คนอ่านได้รับความเพลิดเพลินและเป็นคำพูดที่ดูไม่น่าเกลียดจนเกินไป...
อันนี้แหละยาก
ฉันยังนึกหน้าพ่อกับแม่ไม่ออกเลยว่า ถ้าได้อ่านผลงานลำดับที่สามของฉันแล้วจะเบิกตา อ้าปากหวอ เหมือนเมื่อคราวที่นั่งดู Sex and The City รึเปล่า
ถือว่าเป็นการโปรโมทหนังสือของตัวเองล่วงหน้าละกันเนอะ Embroideries เล่าเรื่องราวซุบซิบเรทเอ็กซ์ของบรรดาสาวๆ ทั้งสาวน้อยสาวมากที่บ้างก็เป็นเพื่อนบ้าน บางคนก็เป็นญาติสนิทบ้าง ห่างบ้าง ตั้งแต่รุ่นยายจนถึงรุ่นหลาน เพราะฉะนั้น รับประกันได้เลยว่า ได้เห็นมุมมองเรื่องใต้เตียง บนเตียงของผู้หญิงอิหร่าน ทั้งหัวสมัยใหม่ ก้าวหน้าเลยโลกพระจันทร์ หรือกระทั่งบางคนที่ไม่เคยเห็น "จงอาง" ทั้งๆ ที่ลูกโตจนเห็นอะไรๆ มากกว่าแม่ตัวเองซะอีก
ฉันว่าเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับสังคมอิหร่านได้ดีทีเดียว (เริ่มวิชาการ) จริงๆ แล้วสำหรับฉัน การเรียนรู้เกิดขึ้นทุกวินาที หากเราสังเกตเราจะ "เห็น" อะไรที่คนอื่นไม่เห็น ฉันว่าคงมีใครหลายคนอยากรู้ว่าพวกผู้หญิงที่ต้องแต่งตัวมิดชิดเกือบจะเห็นแต่ลูกตา มีอะไรเหมือนหรือแตกต่างจากชนชาติอื่นอย่างไร และอะไรที่เป็นตัวกำหนดหรือทำให้เกิดความแตกต่างนั้นๆ
ความเหมือนก็มีอยู่ เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ว่า ไม่ว่าชนชาติไหนๆ เรื่องผู้ชายผู้หญิงก็เป็นหัวข้อสนทนาเหมือนๆ กันทุกที่
เธอก็คงพอจะได้ไอเดียแล้วใช่มั้ยว่า หนังสือ "ทำสาว...เรื่องฉาวโฉ่" (ชื่อที่ฉันเพิ่งคิดได้เมื่อกี้ ต้องไปถามเหล่าประชาชนชาวกำมะหยี่ก่อนนะเธอ ว่ามันโอเครึเปล่า) คงจะมีแต่เรื่อง "โอ้โห" "อือฮือ" "ว้าย อะไรนั่น" เต็มไปหมด
ฉันจะพยายามเสกสรรถ้อยคำให้แสบสันต์ บาดลึก สะใจพวกเธอละกันนะจ้ะ
ว่าแต่คุณบอกอช่วยฉันด้วย!!
ป้ายกำกับ:
โฆษณา,
งานของฉัน,
ณัฐพัดชา,
มาร์จอเน่ ซาทราพิ,
หนังสือแปล,
Gamme Magie,
Marjane Satrapi
วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2551
PERSEPOLIS…ตราบรากเหง้าเราหยั่งลึก
โดย ผู้จัดการออนไลน์
8 ตุลาคม 2551 00:11 น.
...เสรีภาพเป็นสิ่งที่เราได้มาพร้อมกับความสูญเสีย...
อ่านต่อได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์
8 ตุลาคม 2551 00:11 น.
...เสรีภาพเป็นสิ่งที่เราได้มาพร้อมกับความสูญเสีย...
เป็นเพียงน้ำเสียงหนึ่งของ PERSEPOLIS ผลงานการ์ตูนน่าอ่าน โดย Marjane Satrapi (ฉบับภาษาไทย แปลโดย ณัฐพัดชา สำนักพิมพ์ กำมะหยี่) นับเป็นการ์ตูนเรื่องเยี่ยมที่จะทำให้คุณตระหนักถึงความหมายของคำว่า ‘ชีวิต’...
ชีวิต...ในความหมายที่มิใช่เพียงการขีดวาดลากเส้นให้ตรง โดยไม่สะดุด หกล้ม พลาดพลั้ง บาดเจ็บ ทุลักทุเล แล้วเดินไปตามทางนั้นกระทั่งถึงจุดหมายซึ่งวาดหวังให้เป็นไป
หากคือชีวิตที่จำต้องออก ‘เดินทาง’ เพื่อค้นหา ทำความเข้าใจ และยอมรับกฎเกณฑ์ของโลกแห่งความเป็นจริง แม้ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณจะบอบช้ำบาดเจ็บ เต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์...
ไม่ว่าร่องรอยทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น เป็นผลพวงที่ได้รับจากสมรภูมิรบ แดนมิคสัญญีคุกรุ่น หรือจากคนรอบข้างในท่ามกลางโลกกว้างอันแสนเคว้งคว้างว่างเปล่า
อ่านต่อได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์
ป้ายกำกับ:
ณัฐพัดชา,
แพร์ซโพลิส,
มาร์จอเน่ ซาทราพิ,
หนังสือแปล,
อิหร่าน,
Marjane Satrapi,
Persepolis
วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551
ความเห็นผู้อ่านแพร์ซโพลิส Feedback from Persepolis Readers
อีเมลจากผู้อ่านเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับคนที่นำเสนอผลงาน ผู้อ่านหนังสือที่ฉันแปล ส่งข้อความด้วยใจมาว่า ชอบที่ฉันไม่ได้ถอดเสียงคำอ่านชื่อของผู้เขียนเหมือนกับที่อ่านกันในภาษาอังกฤษ ว่า มาร์จาน (Marjane) ก็เพราะฉันยึดตามเพื่อนชาวอิหร่านที่น่ารักที่สุด เมื่อใดที่ขอความช่วยเหลือเรื่องการออกเสียงให้ถูกต้องตามแบบที่คนอิหร่านพูดกัน เขาคนนั้นไม่เคยอิดออดช่วยเหลือฉันเป็นอย่างดี แล้วฉันก็เขียนคำอ่านภาษาไทยของชื่อผู้เขียนว่า มาร์จอเน่ แบบที่ต้องมานั่งตกลงกับบรรณาธิการและพิสูจน์อักษรว่า ฉันจะเก็บไม้เอกไว้อย่างนี้ล่ะ ก็ต้องคอยแก้กันเพราะเราก็แปลแล้วก็อ่านไปตามประสา ก่อนที่จะมาสอบถามการออกเสียงที่ถูกต้องจากเจ้าของภาษา
อีกหนึ่งความประทับใจจากพนักงานในร้านประจำของฉันที่นำนิยายภาพเรื่องนี้ไปอ่านระหว่างทางกลับบ้าน และอ่านซ้ำถึงสองรอบ พร้อมกับเล่าให้ฉันฟังถึงความสนใจเกี่ยวกับเรื่องสินสอดที่ต้องให้กับครอบครัวของผู้หญิงก่อนที่จะฆ่า ฟังแล้วอาจจะงง ก็ถือว่าเป็นการพยายามพูดให้ไปซื้อหนังสือมาอ่านแล้วกันนะคะ 555
วันนี้ระหว่างที่ฉันนั่งรอผู้ร่วมใช้แรงงานแบกหามหนังสือ ก็ได้พูดคุยกับรปภ. ซึ่งเคยอ่านมินิบุคแพร์ซโพลิสแล้ว เขาถามถึงหนังสือภาคสอง โดยเข้าใจว่า 10 หน้าที่เขาได้อ่านจากมินิบุคเป็นเล่มแรก ฉันเลยชี้แจงแถลงไขให้ฟังว่านั่นเป็นเพียงตัวอย่างค่ะ เล่มหนึ่งกับเล่มสองก็เลยเดินทางจากรถของฉันมาเป็นหนังสือที่มอบให้อ่านสำหรับส่วนกลาง แค่อ่านไป 10 หน้า รปภ.คนฉลาดก็บอกถึงความคล้ายคลึงกับชีวิตของเขามาให้ฉันฟังเรียบร้อย ชีวิตที่ถูกกดดัน และเรื่อยจนถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่เด็กจนหนีแม่มาเผชิญชีวิตด้วยตนเองในกรุงเทพตั้งแต่อายุ 13 ปี พอฉันขออนุญาตนำเรื่องของเขามาเขียน เขาก็ไม่ใคร่จะเต็มใจนัก ฉันเลยขอเล่าให้ฟังเพียงแค่นี้แล้วกันนะ ระหว่างนั้นเองมีสาวน้อยในชุดนักศึกษาเดินมาที่ Reception เห็นหนังสือสองเล่มที่ฉันเอามาให้อ่านกันฟรีๆ เธอตัดสินใจซื้อทันทีเพราะเคยได้อ่านมินิบุคที่ฉันนำมาวางให้หยิบอ่านแล้ว เธอถามว่าหนังสือออกเมื่อไหร่ ฉันก็ว่าออกแล้ว ถ้าจะมีใครอยากได้อีกก็ติดต่อได้เลยนะคะ แถมเขียนเว็บบล้อกนี้ให้เธอไว้ด้วยเผื่ออยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพร์ซโพลิสและอิหร่าน
เมื่อวานไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม้เพื่อนฉันจะรอ (ถูกฉันบังคับให้)ซื้อจากฉัน แต่ก็ได้ความว่าเธอๆ ช่วยฉันโดยการฟอร์เวิร์ดอีเมลไปยังคนที่ชอบอ่านหนังสือและคนที่อ่านแล้วก็บอกว่ามันเป็นหนังสือที่ดี จะมีใครปลื้มไปกว่าฉันเป็นไม่มี
ไปแอบดูว่าที่ Thailand Book Tower จัดวางหนังสือฉัน ณ ที่ใด แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกับหนังสือประเภทที่ไม่ตรงใจฉันนัก แต่ก็โดดเด่นเป็นสง่า เดินเข้าไปก็เห็นทันที จะไปคาดหวังอะไรนักหนา ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว (เนอะ)
วันนี้ไปรับหนังสือเพื่อนำมาขายในงานมหกรรมเห็นสต๊อกหนังสือของสายส่งมากมายเต็มไปหมด หนังสือฉันเป็นเหมือนเม็ดทรายในมหาสมุทร ต้องขอบคุณคุณอาร์ทที่ออกแบบปกให้ได้น่าสนใจ แตกต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ หาง่าย คราวนี้พอฉันตัดสินใจทำหนังสือของคุณมาร์จอเน่เล่มต่อๆ ไป ฉันเลยบอกคุณอาร์ทล่วงหน้าว่า ช่วยคิดหน้าปกของหนังสือเล่มต่อไปด้วยเลยนะคะ ความหมายและเรื่องราวแรงแบบแตกต่างจริงๆ ประมาณว่าพ่อแม่ของณัฐพัดชาต้องอ้าปากหวออีกตามเคย
แปลไปได้ครึ่งเล่มแล้วค่ะ จะรีบดูแลให้หนังสือลงสู่แผงด้วยคุณภาพแน่นปึก ตามไปดูทุกขั้นตอนเหมือนเคยค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ แม้เพียงไม่กี่อักษรหรือคำพูดไม่กี่คำ แต่มันทำให้หัวใจของณัฐพัดชาพองโตแต่ไม่ถึงกับปริแตกค่ะ พองกำลังตึงๆ ไม่หย่อนไม่ยาน 55
อีกหนึ่งความประทับใจจากพนักงานในร้านประจำของฉันที่นำนิยายภาพเรื่องนี้ไปอ่านระหว่างทางกลับบ้าน และอ่านซ้ำถึงสองรอบ พร้อมกับเล่าให้ฉันฟังถึงความสนใจเกี่ยวกับเรื่องสินสอดที่ต้องให้กับครอบครัวของผู้หญิงก่อนที่จะฆ่า ฟังแล้วอาจจะงง ก็ถือว่าเป็นการพยายามพูดให้ไปซื้อหนังสือมาอ่านแล้วกันนะคะ 555
วันนี้ระหว่างที่ฉันนั่งรอผู้ร่วมใช้แรงงานแบกหามหนังสือ ก็ได้พูดคุยกับรปภ. ซึ่งเคยอ่านมินิบุคแพร์ซโพลิสแล้ว เขาถามถึงหนังสือภาคสอง โดยเข้าใจว่า 10 หน้าที่เขาได้อ่านจากมินิบุคเป็นเล่มแรก ฉันเลยชี้แจงแถลงไขให้ฟังว่านั่นเป็นเพียงตัวอย่างค่ะ เล่มหนึ่งกับเล่มสองก็เลยเดินทางจากรถของฉันมาเป็นหนังสือที่มอบให้อ่านสำหรับส่วนกลาง แค่อ่านไป 10 หน้า รปภ.คนฉลาดก็บอกถึงความคล้ายคลึงกับชีวิตของเขามาให้ฉันฟังเรียบร้อย ชีวิตที่ถูกกดดัน และเรื่อยจนถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่เด็กจนหนีแม่มาเผชิญชีวิตด้วยตนเองในกรุงเทพตั้งแต่อายุ 13 ปี พอฉันขออนุญาตนำเรื่องของเขามาเขียน เขาก็ไม่ใคร่จะเต็มใจนัก ฉันเลยขอเล่าให้ฟังเพียงแค่นี้แล้วกันนะ ระหว่างนั้นเองมีสาวน้อยในชุดนักศึกษาเดินมาที่ Reception เห็นหนังสือสองเล่มที่ฉันเอามาให้อ่านกันฟรีๆ เธอตัดสินใจซื้อทันทีเพราะเคยได้อ่านมินิบุคที่ฉันนำมาวางให้หยิบอ่านแล้ว เธอถามว่าหนังสือออกเมื่อไหร่ ฉันก็ว่าออกแล้ว ถ้าจะมีใครอยากได้อีกก็ติดต่อได้เลยนะคะ แถมเขียนเว็บบล้อกนี้ให้เธอไว้ด้วยเผื่ออยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพร์ซโพลิสและอิหร่าน
เมื่อวานไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม้เพื่อนฉันจะรอ (ถูกฉันบังคับให้)ซื้อจากฉัน แต่ก็ได้ความว่าเธอๆ ช่วยฉันโดยการฟอร์เวิร์ดอีเมลไปยังคนที่ชอบอ่านหนังสือและคนที่อ่านแล้วก็บอกว่ามันเป็นหนังสือที่ดี จะมีใครปลื้มไปกว่าฉันเป็นไม่มี
ไปแอบดูว่าที่ Thailand Book Tower จัดวางหนังสือฉัน ณ ที่ใด แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกับหนังสือประเภทที่ไม่ตรงใจฉันนัก แต่ก็โดดเด่นเป็นสง่า เดินเข้าไปก็เห็นทันที จะไปคาดหวังอะไรนักหนา ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว (เนอะ)
วันนี้ไปรับหนังสือเพื่อนำมาขายในงานมหกรรมเห็นสต๊อกหนังสือของสายส่งมากมายเต็มไปหมด หนังสือฉันเป็นเหมือนเม็ดทรายในมหาสมุทร ต้องขอบคุณคุณอาร์ทที่ออกแบบปกให้ได้น่าสนใจ แตกต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ หาง่าย คราวนี้พอฉันตัดสินใจทำหนังสือของคุณมาร์จอเน่เล่มต่อๆ ไป ฉันเลยบอกคุณอาร์ทล่วงหน้าว่า ช่วยคิดหน้าปกของหนังสือเล่มต่อไปด้วยเลยนะคะ ความหมายและเรื่องราวแรงแบบแตกต่างจริงๆ ประมาณว่าพ่อแม่ของณัฐพัดชาต้องอ้าปากหวออีกตามเคย
แปลไปได้ครึ่งเล่มแล้วค่ะ จะรีบดูแลให้หนังสือลงสู่แผงด้วยคุณภาพแน่นปึก ตามไปดูทุกขั้นตอนเหมือนเคยค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ แม้เพียงไม่กี่อักษรหรือคำพูดไม่กี่คำ แต่มันทำให้หัวใจของณัฐพัดชาพองโตแต่ไม่ถึงกับปริแตกค่ะ พองกำลังตึงๆ ไม่หย่อนไม่ยาน 55
ป้ายกำกับ:
ณัฐพัดชา,
แพร์ซโพลิส,
มาร์จอเน่ ซาทราพิ,
Marjane Satrapi,
Persepolis
วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551
แพร์ซโพลิส จากแอนิเมชั่นชื่อดังสู่หนังสือภาคภาษาไทย
บันทึกความทรงจำเล่มเล็กๆ สองเล่มที่ผู้ใหญ่ทุกคนที่มีหัวใจควรอ่าน 
วันที่ 11 กันยายน สำนักพิมพ์กำมะหยี่เปิดตัวหนังสือแปลชุดที่สอง แพร์ซโพลิส การ์ตูนอัตชีวิตประวัติของมาร์จอเน่ ซาทราพิ นักเขียนการ์ตูนชาวอิหร่านที่ใช้ชีวิตปัจจุบันในฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อเดียวกันและได้รับรางวัลจากงานประกวดภาพยนตร์ที่เมืองคานส์มาแล้ว
แพร์ซโพลิส คือบันทึกความทรงจำวัยเด็ก วัยรุ่น จนย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ของมาร์จอเน่ “มาร์จี้” ซาทราพิ เรื่องราวที่เธอได้ประสบและตั้งคำถาม ทั้งสิทธิเสรีภาพ สงคราม และการสูญเสียจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศ ไปจนถึงวิธีคิดและการดิ้นรนแสวงหาเพื่อปรับตัวเข้าสู่สังคมและวัฒนธรรมของเธอเอง
แพร์ซโพลิส คือชื่อเมืองหลวงเก่าของเปอร์เซีย จักรวรรดิอันรุ่งเรืองยุคโบราณที่มีประวัติความเป็นมาหลายพันปี ดินแดนแห่งนี้ผ่านการยึดครองของชนชาติต่างๆ ทั้งกรีก เติร์ก มองโกล และชนเผ่าอาหรับผู้มาพร้อมกับศาสนาอิสลาม และในทศวรรษ 1970-1980 ดินแดนนี้ได้เผชิญการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเข้มข้น ทั้งการล้มล้างพระเจ้าชาห์และการปฏิวัติอิสลาม อันนำไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปี 1979 และตามมาด้วยระบอบการปกครองที่เข้มงวด และสงครามอิรัก-อิหร่าน
ถึงแม้ฉากและเหตุการณ์ใน แพร์ซโพลิส จะเกี่ยวข้องกับศาสนาและการเมือง เพราะทั้งสองอย่างนั้นคือปัจจัยสำคัญในการดำรงอยู่ของสังคมและมนุษย์อย่างแยกไม่ออก แต่เนื้อหาแท้จริงของเรื่องกลับเป็นการต่อสู้ที่จะมีชีวิตที่ดีและมีความสุข การดิ้นรนและแสวงหา ลองผิดลองถูก และความกล้าที่จะ “เผชิญ” และ “ใช้” ชีวิต ซึ่งมาร์จอเน่เขียนได้อย่างสนุก มีสีสัน และณัฐพัดชาก็ถ่ายทอดเป็นภาษาไทยได้อย่างชวนติดตาม
“เราอยากให้ผู้อ่านโยนอคติเกี่ยวกับความแตกต่างทั้งหลาย เพศ วัฒนธรรม ศาสนา สงคราม และการเมือง ทิ้งไป และใช้ความรู้สึกเพียวๆ ของการเป็นมนุษย์ในการทำความรู้จักกับมาร์จี้ มองผ่านเปลือกนอกเข้าไปสัมผัสการต่อสู้ของผู้คนกลุ่มหนึ่งในสังคมหนึ่ง ซึ่งเป็นความรู้สึกสากลที่เกิดขึ้นกับใครในสังคมใดก็ได้” อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง เจ้าสำนักกำมะหยี่ กล่าว
ก่อนหน้านี้ กำมะหยี่ได้ส่งเรื่องสั้นสัญชาติไทยสองเล่ม เด็กหญิงมุกประดับ และ คณิตศาสตร์ (รส.) ของ 10 เดซิเบล และ ราตรีมหัศจรรย์, ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย, แกะรอย แกะดาว ผลงานแปลสามเล่มของนักเขียนญี่ปุ่น ฮารูกิ มูราคามิ และจะนำความอัศจรรย์ในแง่มุมต่างๆ ของมนุษย์มานำเสนอต่อไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและพูดคุยเกี่ยวกับมาร์จี้และเรื่องราวของเธอได้ที่ 02 270 3942, 081 985 3838, และเว็บไซต์ http://http://www.gammemagie.com/ หรือเว็บบล็อก http://gammemagie.blogspot.com/
+++
ป้ายกำกับ:
งานของฉัน,
ณัฐพัดชา,
แพร์ซโพลิส,
มาร์จอเน่ ซาทราพิ,
Marjane Satrapi,
Persepolis
วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2551
From Marjane's trip to America
ระหว่างที่ยายบ้าข้อมูลชื่อณัฐพัดชา สอดส่ายสายตามองหารูปงามๆ ของมาร์จอเน่สำหรับนำมาขึ้นบล้อก เธอก็คล้ายจะเจอรูปพร้อมเรื่องราวบันทึกการเดินทางไปโปรโมทหนังสือ Persepolis ที่สหรัฐอเมริกาของแม่มาร์จี้ตัวแสบในสายตาใครหลายคน อาจจะถึงขั้นเป็นนางปีศาจร้ายที่เห็นดังภาพซ้ายมือ ฉันเล่าพอให้เธอรู้ว่ามาร์จอเน่พูดถึงอะไรบ้างในการไปเยือนประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาที่มีประเด็นทางการเมืองกับประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของเธอนะ สไตล์เดิมแหละ แปลบ้างไม่แปลบ้างเมื่อปี 2003 มาร์จอเน่รู้สึกกลัวอยู่เหมือนกันเมื่อต้องไปสหรัฐอเมริกา ในยามนั้นประธานาธิบดีบุช 'จัดการ' อิรักเรียบร้อยแล้ว เป้าหมายต่อไปก็คงจะเป็น 'axis of evil' (ฉันเรียกว่า 'ขั้วอธรรม' ละกันนะเธอ) อย่างอิหร่านและเกาหลีเหนือ
การที่เธอมาจากประเทศฝรั่งเศสก็ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างเท่าใดดอก เพราะฝรั่งเศสก็เป็นเหมือนขั้วอธรรมแบบไม่เป็นทางการสำหรับสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว จะอย่างไรก็ตาม นั่นเป็นสิ่งที่เธอเข้าใจเอาเองจากสิ่งที่รับรู้ผ่านสื่ออย่างทีวีและหนังสือพิมพ์ ถึงขนาดจะเปลี่ยนชื่อ French Fries เป็น Freedom Fries ต่อต้านสินค้าจากฝรั่งเศส กระทั่งเทไวน์ฝรั่งเศสชั้นดีทิ้งกลางถนน อะไรจะขไหนหนาด ฉันเองก็เพิ่งรู้จากข้อเขียนของมาร์จอเน่เนี่ยแหละ ว่า อันที่จริงแล้ว French Fries ที่เราๆ รู้จักกันเป็นอาหารของเบลเยี่ยม เมื่อได้รับข่าวสารทางลบมากมายขนาดนั้น เธอจึงออกจะประหลาดใจที่เมื่อไปถึงนิวยอร์กแล้วก็ได้หม่ำนิวยอร์คสเต็กพร้อมเฟรนช์ฟรายด์กับไวน์ Bordeaux

อย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่าเธอไปอเมริกาเพื่อโปรโมทหนังสือและในฐานะที่เป็นคนอิหร่านก็ต้องอธิบายว่าจริงๆ แล้วอิหร่านเป็นอย่างไร สงครามที่เธอได้พบเจอ เราไม่สามารถหยิบยื่นความเป็นประชาธิปไตยให้กับประชาชนโดยการทิ้งระเบิด คนอิหร่านมีตัวตน มีชีวิตเลือดเนื้อ ความภาคภูมิและอะไรๆ ไม่ต่างจากคนอเมริกันเธอพูดถึงคำถามแรกที่เธอได้รับซึ่งเป็นคำถามจากหญิงสูงวัยใส่แว่นดำ
"เธอช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ยว่าทำไมคนฝรั่งเศสถึงได้เกลียดพวกฉันกันนักหนา"
มาร์จอเน่ตอบกลับทันทีว่า "คนฝรั่งเศสไม่ได้เกลียดพวกคุณนะคะ" และเธอก็ใช้เวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงอธิบายให้ฟังว่าคนฝรั่งเศสที่จริงแล้วเป็นคนน่ารัก สุภาพ สะอาด ถ้าจะมีอะไรที่คนฝรั่งเศสต่อต้านก็คงจะเป็นนโยบายของประธานาธิบดีบุชนั่นแหละ ซึ่งเป็นอะไรที่เกือบทุกคนในร้านหนังสือนั้นเห็นตรงกัน
เมื่อมาร์จอเน่เดินทางกลับฝรั่งเศส ทุกคนก็ถามถึงเรื่อง freedom fries เธอก็เล่าความจริงว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนได้รับรู้มา
เรื่องราวเลวร้ายลงอีกเมื่อปีที่แล้ว ปีที่ประธานาธิบดีบุชได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง คนทั้งโลกเข้าใจว่าคนอเมริกันทั้งหมดก็สมาชิกพรรครีพับลิกันสำหรับมาร์จอเน่ การปกป้องประเทศของเธอเป็นเรื่องปกติ เป็นหน้าที่ๆ ต้องทำ
แต่การปกป้องประเทศสหรัฐอเมริกาดูจะไม่เป็นเรื่องปกติ แต่ก็เหมือนจะเป็นหน้าที่นะ
เธอทำเพื่อชาวอเมริกันที่ไม่ได้ลงคะแนนให้กับพรรครีพับลิกัน
เพื่อผู้ที่เชื่อในสิทธิมนุษยชน
เพื่อผู้ที่ต่อต้านการเข่นฆ่าและการลงโทษ
เพื่อผู้ที่เชื่อว่าทางเลือกในการทำแท้งเป็นสิทธิส่วนบุคคล
และ...เพื่อผู้ที่เลือกวัฒนธรรมและการเจรจามากกว่าความรุนแรงโดยการก่อสงคราม
ป้ายกำกับ:
แพร์ซโพลิส,
มาร์จอเน่ ซาทราพิ,
Marjane Satrapi,
Persepolis
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

