วันนี้ฉันอาจหาญกระทำการอันเนื่องมาจากความคิดที่ผุดขึ้นอีกแล้ว...
พี่ชายของแฟนเก่าบอกเล่าความรู้สึกผ่านข้อความในเฟซบุคว่า ได้คุยกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันร่วม 30 ปี เคยเคืองกันด้วยเรื่องอะไรก็ลืมไปแล้ว ที่จำได้ก็มีแต่เพียงชื่อพ่อ พวกเด็กผู้ชายไม่ค่อยเรียกชื่อตัวกันอยู่แล้ว ฉันเองก็รู้จักบางคนด้วยชื่อ(พ่อ) หากจะได้มาพบเจอกันใหม่ ฉันก็คงไม่รู้จะเรียกชื่อใดอยู่ดีถ้าไม่ใช่ชื่อ(พ่อ)!
ฉันส่งไพรเวทเมสเสจขอรำลึกความหลังด้วยคน แล้วก็รู้ว่าหากเขียนตามที่คิด คงต้องได้เสี่ยงที่จะสูญเพื่อนเฟซบุคอีกหนึ่งเป็นแน่ ย่อหน้าแรกฉันเลยเกริ่นเสียก่อนว่า เมื่ออ่านจบแล้วพี่คนนี้จะเลิกเป็นเพื่อนกับฉันไปเลยรึเปล่าเนี่ย
คำตอบกลับมาทันใจสองฉบับแสดงว่า อ่านแล้วตอบเลยและกลับไปอ่านอีกรอบ พิมพ์ตอบกลับอีกทีทวนคำพูดซ้ำเหมือนออกมาจากใจจริงๆ เพราะเต็มไปด้วยความเยิ่นเย้อ ซ้ำซาก สรุปได้ความว่า เราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ ได้แต่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
ฉันเชื่อว่าข้อความที่ฉันเขียนถึงต้องวนอยู่ในเซลล์สมองของพี่คนนี้ไม่น้อยกว่าสามรอบ เห็นหน้าจอแชตเปิดค้างพิมพ์คำว่าแอน ฉันเพิ่งมาเห็นหลังจากผ่านไปแล้วเกือบสิบนาที คนที่ทักเข้ามาก็ออฟไลน์ไปเรียบร้อย แล้วฉันก็กลับไปอ่านเมสเสจของเขาทั้งสองฉบับอีกครั้ง แล้วก็ตอบแบบยาวๆ ตามสไตล์ ไม่ได้ตั้งใจจะอธิบาย แก้ไขเรื่องที่เข้าใจผิดหรือเรื่องที่ดูจะมองกันคนละมุม(แปลว่าถูกทั้งคู่) แค่ความคิดที่ผุดขึ้นมาและอยากบอกให้รู้สักครั้ง ประมาณว่าทำตามใจตัวเองโดยไม่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของผู้รับสารว่าจะรู้สึกละอายหรือโกรธหรือใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่ว่าใครก็มีสิทธิ์มองเรื่องหนึ่งๆ และให้เหตุผลกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นตามที่ตนต้องการ เหตุผลของใครก็ของคนนั้น อารมณ์ของใครก็ของคนนั้น
อย่างน้อยเขาก็ยังตอบอีเมล ทั้งๆ ที่ปฏิกิริยาหนึ่งแปลความได้ทั้งสองขั้ว ตอบตามมารยาท ตอบตามอารมณ์ความรู้สึกขณะนั้น ตอบเพื่อคงภาพลักษณ์ที่ควร ตอบเพื่อไม่ให้รู้ว่าจริงๆ แล้วรู้สึกอย่างไร ตอบเพื่อต่อต้านข้อความในย่อหน้าแรกที่ฉันดักทางเอาไว้แล้วว่า จะเลิกคบกันมั้ยเนี่ย!
เขาคงมองว่าฉันเป็นศัตรู ผู้สร้างความปวดร้าวให้น้องชาย และเป็นศัตรูประเภท "ซ้ำซาก" เพราะแม้น้องชายของเขาจะอภัยและดีกับฉันเพียงไร ฉันก็เดี๋ยวเลิกเดี๋ยวคบหลายรอบ ความสัมพันธ์งอกเงยจนกระทั่งแม่ของเขาบอกว่าจะให้ไปขอเมื่อไหร่ก็ให้บอกมา
ฉันเห็นภาพอนาคตโดยไม่ต้องวาดว่าหากตัดสินใจร่วมทางเดินชีวิตกับชายผู้นี้แล้วจะเป็นเช่นไร แล้วก็ฉันเองอีกนั่นแหละที่อยู่ดีๆ ไม่มีปี่มีขลุ่ยก็เดินออกจากวิมานแสนสุข ท่ามกลางครอบครัวสุขสันต์ไปซะเฉยๆ ทั้งแม่และคุณพี่ชายไม่ได้โกรธฉัน ออกจะสนทนาปราศรัยด้วยไมตรีจิตอย่างเคย แม้เวลาผ่านล่วงเลยจนฉันฝากหนังสือที่แปลเล่มแรกไปให้คุณแม่ ยังได้รับสายโทรศัพท์อันมีค่ายิ่งต่อจิตใจ ร่วมแสดงความยินดีที่ฉันค้นพบตัวเอง (ว่าแต่มันเจอแล้วเหรอนั่น?!?!)
กลับมาที่ข้อความอาจหาญของฉันอีกครั้ง การบอกเล่าให้คนอื่นรู้ถึงการรับรู้และจดจำความรู้สึกทางลบที่เขามีต่อฉัน และความรู้สึกลบที่เขามีต่อเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต โดยที่เป็นการให้ข้อเท็จจริงและมันก็ไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกที่ฉันมีต่อเขาทั้งในอดีตและปัจจุบัน ก็ดีเหมือนกัน ยังไงฉันก็ชอบไอเดียความคิดเห็นหลายๆ เรื่องของเขาเหมือนเคย
เพียงแค่จบตรงที่ฉันสรุปว่า
"พี่ใช้วิธีแบบนักจัดการ ทิ้งขยะ (ทั้งที่บางส่วนอาจขายเป็นเงินได้) ส่วนแอน เอาขยะไปรีไซเคิล (แม้ว่าจะก่อให้เกิดมลพิษแค่ไหนก็ตาม) :)"
วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553
รนหาเรื่อง
ความเบื่อเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุด! เพราะเวลาเบื่่อแล้ว ก็ไม่มีความรื่นรมย์ใดสามารถเข้ามาแทนที่...
ช่วงหลังๆ นี้ฉันสวดมนต์บ่อย นโมสามจบตามด้วยอิติปิโส แล้วพอมันเริ่มจะคิดอีกแล้วก็กลับไปเริ่มใหม่ จนเมื่อความคิดพาฉันไปไกลจนไม่ได้กลับมาที่นโมอีกครั้ง ฉันเองก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่า ชีวิตทุกวันที่กำลังดำเนินอยู่นี้จะเป็นไปอีกถึงเมื่อไหร่ ทำไมไม่กินยาตอนก่อนนอนเหมือนเคย ทำไมไม่ทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน แล้วคำถามที่ผุดขึ้นมาก็ทำให้ฉันไม่พอใจตัวเอง แต่ก็ไม่เปลี่ยนแปลงการกระทำอีกเช่นเคย...
ซอนต๊อกมหาราชินีสามแผ่นดินจบไปแล้ว เกือบอาทิตย์ทีเดียว ตามด้วย Flash Forward แล้วก็อีกสารพัดเรื่องจนมาหยุดที่ Tudors เมื่อคืน ดูเพียงแค่ตอนแรกก็เห็นฉากที่พระราชาระเริงลีลารักสามแบบกับสามสาวที่สรีระแตกต่าง นั่นก็ยังไม่อาจทำให้ดูหนังดูละครต่อไปได้อีก
กลับมาเล่นเกมส์เพชรสุดโปรดแล้วก็ไม่ได้รับความบันเทิงใจอย่างที่ควร เมื่อเช้าตื่นมาด้วยอาการงัวเงียอย่างที่เขียนกลอนบ่นไปก่อนหน้านี้ อะไรๆ มันก็ดูจะยิ่งผิดที่ผิดทางไปเรื่อยๆ แม้อาหารการกินอันเป็นกิจกรรมสุดโปรดยังไม่อาจเรียกความสนใจได้อย่างที่ควร แล้วฉันจะอยากทำอะไรละนั่น!
เมื่อคนหงุดหงิดรำคาญเพราะผิดซ้ำที่เดิมเป็นประจำ คนอธิบายก็มีมานะจะอธิบาย แต่ก็ด้วยความหงุดหงิดไม่ต่างกันนัก เกิดการประคารมกันเล็กน้อย แต่มีผลให้ฉันไปหยิบหนังสือการสอนผู้ใหญ่มาอ่านเป็นเรื่องเป็นราว อ่านแล้วก็รู้และเข้าใจที่มาที่ไปของความไม่สบอารมณ์มากขึ้น
ก่อนที่จะอ่านหนังสือเล่มที่ว่า ฉันไปเสิร์จหาคำว่า โง่แล้วไม่รู้ว่าโง่
วลีนี้เป็นวลีที่ติดใจฉันมานาน ผู้ใหญ่พูดตอนที่ไม่ได้สติ แต่บางครั้ง เวลาที่คนเราพูดอะไรตอนที่ไม่ได้สติมันก็ดูจะเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นความรู้สึกที่ออกมาจากใจจริงๆ นะ
เช้าวันนี้ฉันได้ยินคำที่แตกต่าง ไม่ได้โง่อย่างที่คิดหรอกนะ
ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าไปจับวลีสองวลีนี้โยงเข้าหากันได้ยังไง เรื่องของเรื่องคือ ถ้าเกิดปัญหา มันก็คงต้องมีใครโง่ หรือโง่ด้วยกันทั้งคู่ละน่า
หนังสือ การสอนผู้ใหญ่ ดูจะให้คำตอบมากกว่าการตอบตัวเองด้วยวิธีอื่น
การสอนผู้ใหญ่ต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกมากกว่าการสอนเด็กมาก
แค่ประโยคเดียวก็เปิดมุมมองใหม่ในทันใด หาเรื่องท้าทายอีกแล้วตู! สามร้อยกว่าหน้ารอให้อ่านถ้าไม่เบื่อซะก่อน
ช่วงหลังๆ นี้ฉันสวดมนต์บ่อย นโมสามจบตามด้วยอิติปิโส แล้วพอมันเริ่มจะคิดอีกแล้วก็กลับไปเริ่มใหม่ จนเมื่อความคิดพาฉันไปไกลจนไม่ได้กลับมาที่นโมอีกครั้ง ฉันเองก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่า ชีวิตทุกวันที่กำลังดำเนินอยู่นี้จะเป็นไปอีกถึงเมื่อไหร่ ทำไมไม่กินยาตอนก่อนนอนเหมือนเคย ทำไมไม่ทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน แล้วคำถามที่ผุดขึ้นมาก็ทำให้ฉันไม่พอใจตัวเอง แต่ก็ไม่เปลี่ยนแปลงการกระทำอีกเช่นเคย...
ซอนต๊อกมหาราชินีสามแผ่นดินจบไปแล้ว เกือบอาทิตย์ทีเดียว ตามด้วย Flash Forward แล้วก็อีกสารพัดเรื่องจนมาหยุดที่ Tudors เมื่อคืน ดูเพียงแค่ตอนแรกก็เห็นฉากที่พระราชาระเริงลีลารักสามแบบกับสามสาวที่สรีระแตกต่าง นั่นก็ยังไม่อาจทำให้ดูหนังดูละครต่อไปได้อีก
กลับมาเล่นเกมส์เพชรสุดโปรดแล้วก็ไม่ได้รับความบันเทิงใจอย่างที่ควร เมื่อเช้าตื่นมาด้วยอาการงัวเงียอย่างที่เขียนกลอนบ่นไปก่อนหน้านี้ อะไรๆ มันก็ดูจะยิ่งผิดที่ผิดทางไปเรื่อยๆ แม้อาหารการกินอันเป็นกิจกรรมสุดโปรดยังไม่อาจเรียกความสนใจได้อย่างที่ควร แล้วฉันจะอยากทำอะไรละนั่น!
เมื่อคนหงุดหงิดรำคาญเพราะผิดซ้ำที่เดิมเป็นประจำ คนอธิบายก็มีมานะจะอธิบาย แต่ก็ด้วยความหงุดหงิดไม่ต่างกันนัก เกิดการประคารมกันเล็กน้อย แต่มีผลให้ฉันไปหยิบหนังสือการสอนผู้ใหญ่มาอ่านเป็นเรื่องเป็นราว อ่านแล้วก็รู้และเข้าใจที่มาที่ไปของความไม่สบอารมณ์มากขึ้น
ก่อนที่จะอ่านหนังสือเล่มที่ว่า ฉันไปเสิร์จหาคำว่า โง่แล้วไม่รู้ว่าโง่
วลีนี้เป็นวลีที่ติดใจฉันมานาน ผู้ใหญ่พูดตอนที่ไม่ได้สติ แต่บางครั้ง เวลาที่คนเราพูดอะไรตอนที่ไม่ได้สติมันก็ดูจะเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นความรู้สึกที่ออกมาจากใจจริงๆ นะ
เช้าวันนี้ฉันได้ยินคำที่แตกต่าง ไม่ได้โง่อย่างที่คิดหรอกนะ
ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าไปจับวลีสองวลีนี้โยงเข้าหากันได้ยังไง เรื่องของเรื่องคือ ถ้าเกิดปัญหา มันก็คงต้องมีใครโง่ หรือโง่ด้วยกันทั้งคู่ละน่า
หนังสือ การสอนผู้ใหญ่ ดูจะให้คำตอบมากกว่าการตอบตัวเองด้วยวิธีอื่น
การสอนผู้ใหญ่ต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกมากกว่าการสอนเด็กมาก
แค่ประโยคเดียวก็เปิดมุมมองใหม่ในทันใด หาเรื่องท้าทายอีกแล้วตู! สามร้อยกว่าหน้ารอให้อ่านถ้าไม่เบื่อซะก่อน
เฟซบุคอย่าบุกอีเมล
ตื่นมางัวเงีย
เพราะเพลียปัญหา
คุณชายเอ่ยมา
อีกคราแล้วไร
เสียงคุยโทรศัพท์
สำทับทันใด
ส่งให้แล้วไง
เหตุใดไม่เจอ
เพราะเพลียปัญหา
คุณชายเอ่ยมา
อีกคราแล้วไร
เสียงคุยโทรศัพท์
สำทับทันใด
ส่งให้แล้วไง
เหตุใดไม่เจอ
รีบลุกจากเตียง
สำเนียงเสียงบ่น
ดูหน้าจออีกหน
ผลก็เหมือนเดิม
ผิดซ้ำที่เก่า
เมาตั้งแต่เริ่ม
เสียงดุเข้าเสริม
เรื่องเดิมกลับมา
ความเข้าใจผิด
ความคิดสับสน
ยังหลงเวียนวน
วนอยู่เช่นเคย
หากเข้าใจพื้นฐาน
เสียงานไม่เลย
ถึงเบื่อขอเปรย
ขอเผยอีกครา
ตัวตนที่เจอ
ของเธอแตกต่าง
ต้องเข้าใจบ้าง
ห่างไม่ได้เลย
แต่ละแห่งที่
เธอมีตัวตน
อย่าใช้ปะปน
ต้องทนต้องจำ
ที่นี่ชื่อนี้
ที่อื่นชื่อไหน
ที่บ้านชื่ออะไร
กับใครเรียกตาม
อยู่กับเพื่อนเรียกชื่อ
อยู่กับน้องเรียกพี่
อยู่กับโลกเสมือนนี้
ชื่อพี่ชื่ออะไร
อีเมลก็คือชื่อ
จงถือเหมือนกัน
ชื่อในเฟซบุคนั่น
ก็ไม่เหมือนกันนะเออ
คุยในเฟซบุค
ใช้ชื่อเฟซบุค
อย่าให้ต้องปลุก
ลุกขึ้นจดจำ
อีเมลมี@
ก่อนลงท้ายมีจุด
ต้องจำเป็นชุด
ดุจสิ่งสำคัญ
ชื่อในเฟซบุค
ก็แล้วแต่ตั้ง
บอกอะไรจงฟัง
นั่งพิมพ์ดีๆ
แต่ยูสเซอร์เนม
กลับใช้อีเมล
อ่านแล้วพิมพ์เร็ว
พาสเวิร์ดว่าไร
ส่งข้อความหาใคร
จะส่งไปไหน
ข้อให้ระวัง
ส่งไปอีเมล
ต้องมี @ และจุด
แต่เธอจงหยุด
หากไม่ออนไลน์
ถ้าอยู่เฟซบุค
ส่งจากเมสเสจ
@จุดก็ทุเรศ
ส่งเดชก็ส่งไปเลย
คุยกับคนเฟซบุค
ส่งทางเมสเสจ
ต้องใช้ชื่อพิเศษ
ส่งเอกเทศไปเลย
ส่งผ่านเฟซบุค
ใช้ชื่อเฟซบุค
อย่าพิเรนไปรุก
คลุกกับอีเมล
สำเนียงเสียงบ่น
ดูหน้าจออีกหน
ผลก็เหมือนเดิม
ผิดซ้ำที่เก่า
เมาตั้งแต่เริ่ม
เสียงดุเข้าเสริม
เรื่องเดิมกลับมา
ความเข้าใจผิด
ความคิดสับสน
ยังหลงเวียนวน
วนอยู่เช่นเคย
หากเข้าใจพื้นฐาน
เสียงานไม่เลย
ถึงเบื่อขอเปรย
ขอเผยอีกครา
ตัวตนที่เจอ
ของเธอแตกต่าง
ต้องเข้าใจบ้าง
ห่างไม่ได้เลย
แต่ละแห่งที่
เธอมีตัวตน
อย่าใช้ปะปน
ต้องทนต้องจำ
ที่นี่ชื่อนี้
ที่อื่นชื่อไหน
ที่บ้านชื่ออะไร
กับใครเรียกตาม
อยู่กับเพื่อนเรียกชื่อ
อยู่กับน้องเรียกพี่
อยู่กับโลกเสมือนนี้
ชื่อพี่ชื่ออะไร
อีเมลก็คือชื่อ
จงถือเหมือนกัน
ชื่อในเฟซบุคนั่น
ก็ไม่เหมือนกันนะเออ
คุยในเฟซบุค
ใช้ชื่อเฟซบุค
อย่าให้ต้องปลุก
ลุกขึ้นจดจำ
อีเมลมี@
ก่อนลงท้ายมีจุด
ต้องจำเป็นชุด
ดุจสิ่งสำคัญ
ชื่อในเฟซบุค
ก็แล้วแต่ตั้ง
บอกอะไรจงฟัง
นั่งพิมพ์ดีๆ
แต่ยูสเซอร์เนม
กลับใช้อีเมล
อ่านแล้วพิมพ์เร็ว
พาสเวิร์ดว่าไร
ส่งข้อความหาใคร
จะส่งไปไหน
ข้อให้ระวัง
ส่งไปอีเมล
ต้องมี @ และจุด
แต่เธอจงหยุด
หากไม่ออนไลน์
ถ้าอยู่เฟซบุค
ส่งจากเมสเสจ
@จุดก็ทุเรศ
ส่งเดชก็ส่งไปเลย
คุยกับคนเฟซบุค
ส่งทางเมสเสจ
ต้องใช้ชื่อพิเศษ
ส่งเอกเทศไปเลย
ส่งผ่านเฟซบุค
ใช้ชื่อเฟซบุค
อย่าพิเรนไปรุก
คลุกกับอีเมล
วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553
จะไปเจอเพื่อนก่อนจาก
มีเวลาร่ายกลอนครึ่งชั่วโมง
ก่อนวิ่งก้นโด่งดี้ด๊าออกรถ
รับโมนาผู้ร้องไห้แสนสลด
ด้วยจำจดความสุขใจในเมือง
อีกสองวันเธอฉันต้องจำจาก
ปากพร่ำรำพันวันขึ้นเครื่อง
สู่อินเดียลาแล้วแดนรุ่งเรือง
เปลืองน้ำตาอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง
สงสารวันเมื่อวานเธอพร่ำ
จดจำเพื่อนแสนดีคือฉัน
นกในกรงไข่ในหินเคยเที่ยวกัน
มีเพียงฉันพาเธอนั้นเที่ยวกลางคืน
เธอว่าแม่แสนปลื้มปากพูดชม
อันลมปากโมนาขอยันยืน
อีกไม่เดี๋ยวฉันก็คงตื่น
คำรื่นหูดูยังไงก็เวอร์ไป
นัดพี่ยิ้มเจอกันเลยที่ร้าน
ไม่เจอนานงานมากเงินหา
เธอบ้างานตั้งแต่ไหนแต่ไรมา
สุขอุราจะได้เจอเธอสักที
ร่วมครึ่งปีท่าจะได้แล้วละมัง
บอกระวังคนใกล้ไม่ค่อยดี
มีแต่คนตักเตือนถ้าหากตี
สักสิบทีฉันนี้คงปางตาย
อะไรเกิดพร้อมๆ กับอะไร
ไม่ได้แปลว่าเป็นเหตุให้เกิดหนา
อันว่าตัวฉันนั้นแต่ไรมา
ใครจะว่าใครจะบ่นไม่สนเลย
ใช่ว่าจะไม่แคร์ไม่ใส่ใจ
คิดข้างในแน่นอนคิดเฉยๆ
แต่เรื่องใดที่ทำขอเฉลย
ไม่มีใครไหนเลยทำให้เป็น
อยู่บ้านนานคนเขาก็เป็นห่วง
เห็นว่าควงคนนี้แล้วไม่ไหว
จะโทษใครคนไหนคงไม่ได้
ไม่ต้องเดาจงจำฉันทำเอง
ทุกสิ่งอันที่ไม่เป็นดั่งเคยฝัน
เป็นเพราะฉันดื้อรั้นและไม่เกรง
จะอะไรเรื่องไหนฉันบรรเลง
ทั้งร้องเพลงเลี่ยงงานและผลาญเงิน
ได้เวลาไปเจอเกลอเพื่อนเก่า
ที่สามเราห่างหายไม่ได้เห็น
แต่สายใยผูกพันที่หลบเร้น
ยังเป็นเช่นวันวานสานต่อไป
ก่อนวิ่งก้นโด่งดี้ด๊าออกรถ
รับโมนาผู้ร้องไห้แสนสลด
ด้วยจำจดความสุขใจในเมือง
อีกสองวันเธอฉันต้องจำจาก
ปากพร่ำรำพันวันขึ้นเครื่อง
สู่อินเดียลาแล้วแดนรุ่งเรือง
เปลืองน้ำตาอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง
สงสารวันเมื่อวานเธอพร่ำ
จดจำเพื่อนแสนดีคือฉัน
นกในกรงไข่ในหินเคยเที่ยวกัน
มีเพียงฉันพาเธอนั้นเที่ยวกลางคืน
เธอว่าแม่แสนปลื้มปากพูดชม
อันลมปากโมนาขอยันยืน
อีกไม่เดี๋ยวฉันก็คงตื่น
คำรื่นหูดูยังไงก็เวอร์ไป
นัดพี่ยิ้มเจอกันเลยที่ร้าน
ไม่เจอนานงานมากเงินหา
เธอบ้างานตั้งแต่ไหนแต่ไรมา
สุขอุราจะได้เจอเธอสักที
ร่วมครึ่งปีท่าจะได้แล้วละมัง
บอกระวังคนใกล้ไม่ค่อยดี
มีแต่คนตักเตือนถ้าหากตี
สักสิบทีฉันนี้คงปางตาย
อะไรเกิดพร้อมๆ กับอะไร
ไม่ได้แปลว่าเป็นเหตุให้เกิดหนา
อันว่าตัวฉันนั้นแต่ไรมา
ใครจะว่าใครจะบ่นไม่สนเลย
ใช่ว่าจะไม่แคร์ไม่ใส่ใจ
คิดข้างในแน่นอนคิดเฉยๆ
แต่เรื่องใดที่ทำขอเฉลย
ไม่มีใครไหนเลยทำให้เป็น
อยู่บ้านนานคนเขาก็เป็นห่วง
เห็นว่าควงคนนี้แล้วไม่ไหว
จะโทษใครคนไหนคงไม่ได้
ไม่ต้องเดาจงจำฉันทำเอง
ทุกสิ่งอันที่ไม่เป็นดั่งเคยฝัน
เป็นเพราะฉันดื้อรั้นและไม่เกรง
จะอะไรเรื่องไหนฉันบรรเลง
ทั้งร้องเพลงเลี่ยงงานและผลาญเงิน
ได้เวลาไปเจอเกลอเพื่อนเก่า
ที่สามเราห่างหายไม่ได้เห็น
แต่สายใยผูกพันที่หลบเร้น
ยังเป็นเช่นวันวานสานต่อไป
วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ทำไมไม่นอน
ก่อนเขียนบล็อก วันนี้ ฉันเขียนเรื่อง
เลือกเข้าเมือง คุยเรื่องเก่า เล่าความหลัง
เจอเพื่อนเรา รู้จัก ตั้งแต่ young
เจอกันนั่ง ขำหัวร่อ งอตัว
นานเจอที ยังดูดี มีราศี
พุงน่าตี แม้ใส่ดำ ทำส่ายหัว
ทำยังไง ก็เห็นชัด อย่ามามั่ว
น้ำหนักตัว บอกอ้วนชัวร์ ฉันยืนยัน
เรื่องอะไร คุยไป ขำไปหมด
เหมือนใครกด ปุ่มหัวเราะ เมื่อเฉลย
เพื่อนของฉัน แทบไม่ ได้นอนเลย
เพราะเมียเคย แม่ตบก้น จนหลับไป
ขำกันไป ทุกเรื่อง ผลัดกันเล่า
ดื่มจนเมา มีทั้งเหล้า ที่เก็บไว้
ไม่แค่นั้น อีกแชมเปญ บวกกับไวน์
ทำไงได้ เพื่อนมันรวย ช่วยใช้เงิน
ขวดที่สี่ แชมเปญมี กระดี้กระด้า
ตั้งตรงหน้า รุ่นหญ่าย ชอบคล้ายฉัน
ดื่มสองคน จนหมดขวด เหมือนแข่งกัน
วันสำคัญ วันนี้ ฉันเปิดตัว
แรกเจอ รุ่นหญ่าย เขานั่งนิ่ง
เริ่มฮากลิ้ง เลิกนิ่ง หายปวดหัว
จะว่ารั่ว ก็เป็นได้ ขวดเต็มครัว
ถ่ายรูปยั่ว พวกไม่มา อิจฉาซี
คุยอะไร รุ่นหญ่าย รู้ไปหมด
เพื่อนจำจด ตั้งใจฟัง กว่าครั้งไหน
อดีตเขา เก่งกาจ กว่าใครๆ
ชีวิตได้ ทำอะไร ที่ใครไม่เคย
สอนสะพาย กล้องตามสไตล์ มืออาชีพ
เร่งเร็วรีบ ถ่ายยังไง อย่าอยู่เฉย
ต้องเตรียมพร้อม ย่องย้าย ทำไปเลย
อย่าได้ทำ ตามที่เคย เลยล่วงมา
อีกตีกอล์ฟ เล่นปืน คืนนั้นเล่า
ฟังเรื่องเก่า เล่าหลายหน ฉันสนหรือ
นั่งมองหน้า เพื่อนตั้งใจ ตาไม่ปรือ
อยากร้องอือ ฟังหลายรอบ ต้องตอบเติม
จะว่าไป คงมีใคร ว่าเพ้อเจ้อ
ไม่ได้เวอร์ พูดจริง ทุกสิ่งเสริม
ใช่ว่าฉัน บ้าเห่อ ต้องตอบเติม
ไม่ว่าเริ่ม เรื่องใด ใครก็ฟัง
รุ่นหญ่าย ดีใจ เพื่อนฉันชอบ
ฉันตอบคำ เขาทำ เพื่อนนั่งฝัน
เรื่องโฆษณา เบื้องหลัง เรื่องมันส์ๆ
เขาแบ่งปัน เรื่องเหล่านั้น วันเมื่อวาน
เปิดทีวี เป็นพิธี ให้ไม่เงียบ
นานๆ เสียบ ปล่อยมุข สนุกสนาน
ดูสักพัก มิสไทยแลนด์ เวิร์ดมีงาน
วิจารณ์นาน น้องนาง ช่างหุ่นดี
บิกีนี่ ที่ใส่ ขับผิวผ่อง
พูดจาคล่อง ว่องไว ได้มีเพื่อน
เก็บตัวนาน น้องนาง ฝึกเป็นเดือน
ไม่ลืมเลือน ประสบการณ์ ที่ผ่านมา
แต่ละคน สูงโปร่ง โย่งเลยล่ะ
แต่มีนะ ทรวดทรง เรียวโคนขา
ส่วนจะทำ เสริมนั่น เสริมนี่มา
ไม่มีว่า เรื่องธรรมดา ทำทุกคน
เกรงใจ ดื่มแชมเปญ สี่ขวดรวด
หัวไม่ปวด ดื่มต่อไป อะไรดีหนา
วิสกี้ รสนุ่มใส่ น้ำแข็งมา
เข้าใจหา มาให้ดื่ม ฉันปลื้มใจ
แฟนเจ้าบ้าน ดูแล เราเต็มที่
รักกันดี ปีหน้า คงไม่สาย
หากตกลง ปลงใจ ไม่เดียวดาย
อย่าแหนงหน่าย ขอให้กลาย เป็นคู่จริง
ใกล้สว่าง ฟ้าไม่สาง ยังมืดครึ้ม
ไม่ได้ดื่ม ไม่ง่วง ยังอยากร่าย
แต่ก็คง ต้องไปนอน ก่อนรุ่นหญ่าย
จะโวยวาย ทำอะไร ทำไมไม่นอน
ฟ้าไม่สาง ฉันตาสว่าง แทนที่
ยังไม่ง่วง สักที ดีไม่ร้อน
กินยา กะให้หลับ คงเลิกงอน
หรือถ้าค้อน ฉันจะนอน กินบ้านกินเมือง
เลือกเข้าเมือง คุยเรื่องเก่า เล่าความหลัง
เจอเพื่อนเรา รู้จัก ตั้งแต่ young
เจอกันนั่ง ขำหัวร่อ งอตัว
นานเจอที ยังดูดี มีราศี
พุงน่าตี แม้ใส่ดำ ทำส่ายหัว
ทำยังไง ก็เห็นชัด อย่ามามั่ว
น้ำหนักตัว บอกอ้วนชัวร์ ฉันยืนยัน
เรื่องอะไร คุยไป ขำไปหมด
เหมือนใครกด ปุ่มหัวเราะ เมื่อเฉลย
เพื่อนของฉัน แทบไม่ ได้นอนเลย
เพราะเมียเคย แม่ตบก้น จนหลับไป
ขำกันไป ทุกเรื่อง ผลัดกันเล่า
ดื่มจนเมา มีทั้งเหล้า ที่เก็บไว้
ไม่แค่นั้น อีกแชมเปญ บวกกับไวน์
ทำไงได้ เพื่อนมันรวย ช่วยใช้เงิน
ขวดที่สี่ แชมเปญมี กระดี้กระด้า
ตั้งตรงหน้า รุ่นหญ่าย ชอบคล้ายฉัน
ดื่มสองคน จนหมดขวด เหมือนแข่งกัน
วันสำคัญ วันนี้ ฉันเปิดตัว
แรกเจอ รุ่นหญ่าย เขานั่งนิ่ง
เริ่มฮากลิ้ง เลิกนิ่ง หายปวดหัว
จะว่ารั่ว ก็เป็นได้ ขวดเต็มครัว
ถ่ายรูปยั่ว พวกไม่มา อิจฉาซี
คุยอะไร รุ่นหญ่าย รู้ไปหมด
เพื่อนจำจด ตั้งใจฟัง กว่าครั้งไหน
อดีตเขา เก่งกาจ กว่าใครๆ
ชีวิตได้ ทำอะไร ที่ใครไม่เคย
สอนสะพาย กล้องตามสไตล์ มืออาชีพ
เร่งเร็วรีบ ถ่ายยังไง อย่าอยู่เฉย
ต้องเตรียมพร้อม ย่องย้าย ทำไปเลย
อย่าได้ทำ ตามที่เคย เลยล่วงมา
อีกตีกอล์ฟ เล่นปืน คืนนั้นเล่า
ฟังเรื่องเก่า เล่าหลายหน ฉันสนหรือ
นั่งมองหน้า เพื่อนตั้งใจ ตาไม่ปรือ
อยากร้องอือ ฟังหลายรอบ ต้องตอบเติม
จะว่าไป คงมีใคร ว่าเพ้อเจ้อ
ไม่ได้เวอร์ พูดจริง ทุกสิ่งเสริม
ใช่ว่าฉัน บ้าเห่อ ต้องตอบเติม
ไม่ว่าเริ่ม เรื่องใด ใครก็ฟัง
รุ่นหญ่าย ดีใจ เพื่อนฉันชอบ
ฉันตอบคำ เขาทำ เพื่อนนั่งฝัน
เรื่องโฆษณา เบื้องหลัง เรื่องมันส์ๆ
เขาแบ่งปัน เรื่องเหล่านั้น วันเมื่อวาน
เปิดทีวี เป็นพิธี ให้ไม่เงียบ
นานๆ เสียบ ปล่อยมุข สนุกสนาน
ดูสักพัก มิสไทยแลนด์ เวิร์ดมีงาน
วิจารณ์นาน น้องนาง ช่างหุ่นดี
บิกีนี่ ที่ใส่ ขับผิวผ่อง
พูดจาคล่อง ว่องไว ได้มีเพื่อน
เก็บตัวนาน น้องนาง ฝึกเป็นเดือน
ไม่ลืมเลือน ประสบการณ์ ที่ผ่านมา
แต่ละคน สูงโปร่ง โย่งเลยล่ะ
แต่มีนะ ทรวดทรง เรียวโคนขา
ส่วนจะทำ เสริมนั่น เสริมนี่มา
ไม่มีว่า เรื่องธรรมดา ทำทุกคน
เกรงใจ ดื่มแชมเปญ สี่ขวดรวด
หัวไม่ปวด ดื่มต่อไป อะไรดีหนา
วิสกี้ รสนุ่มใส่ น้ำแข็งมา
เข้าใจหา มาให้ดื่ม ฉันปลื้มใจ
แฟนเจ้าบ้าน ดูแล เราเต็มที่
รักกันดี ปีหน้า คงไม่สาย
หากตกลง ปลงใจ ไม่เดียวดาย
อย่าแหนงหน่าย ขอให้กลาย เป็นคู่จริง
ใกล้สว่าง ฟ้าไม่สาง ยังมืดครึ้ม
ไม่ได้ดื่ม ไม่ง่วง ยังอยากร่าย
แต่ก็คง ต้องไปนอน ก่อนรุ่นหญ่าย
จะโวยวาย ทำอะไร ทำไมไม่นอน
ฟ้าไม่สาง ฉันตาสว่าง แทนที่
ยังไม่ง่วง สักที ดีไม่ร้อน
กินยา กะให้หลับ คงเลิกงอน
หรือถ้าค้อน ฉันจะนอน กินบ้านกินเมือง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
