วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

ความเห็นผู้อ่านแพร์ซโพลิส Feedback from Persepolis Readers

อีเมลจากผู้อ่านเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับคนที่นำเสนอผลงาน ผู้อ่านหนังสือที่ฉันแปล ส่งข้อความด้วยใจมาว่า ชอบที่ฉันไม่ได้ถอดเสียงคำอ่านชื่อของผู้เขียนเหมือนกับที่อ่านกันในภาษาอังกฤษ ว่า มาร์จาน (Marjane) ก็เพราะฉันยึดตามเพื่อนชาวอิหร่านที่น่ารักที่สุด เมื่อใดที่ขอความช่วยเหลือเรื่องการออกเสียงให้ถูกต้องตามแบบที่คนอิหร่านพูดกัน เขาคนนั้นไม่เคยอิดออดช่วยเหลือฉันเป็นอย่างดี แล้วฉันก็เขียนคำอ่านภาษาไทยของชื่อผู้เขียนว่า มาร์จอเน่ แบบที่ต้องมานั่งตกลงกับบรรณาธิการและพิสูจน์อักษรว่า ฉันจะเก็บไม้เอกไว้อย่างนี้ล่ะ ก็ต้องคอยแก้กันเพราะเราก็แปลแล้วก็อ่านไปตามประสา ก่อนที่จะมาสอบถามการออกเสียงที่ถูกต้องจากเจ้าของภาษา

อีกหนึ่งความประทับใจจากพนักงานในร้านประจำของฉันที่นำนิยายภาพเรื่องนี้ไปอ่านระหว่างทางกลับบ้าน และอ่านซ้ำถึงสองรอบ พร้อมกับเล่าให้ฉันฟังถึงความสนใจเกี่ยวกับเรื่องสินสอดที่ต้องให้กับครอบครัวของผู้หญิงก่อนที่จะฆ่า ฟังแล้วอาจจะงง ก็ถือว่าเป็นการพยายามพูดให้ไปซื้อหนังสือมาอ่านแล้วกันนะคะ 555

วันนี้ระหว่างที่ฉันนั่งรอผู้ร่วมใช้แรงงานแบกหามหนังสือ ก็ได้พูดคุยกับรปภ. ซึ่งเคยอ่านมินิบุคแพร์ซโพลิสแล้ว เขาถามถึงหนังสือภาคสอง โดยเข้าใจว่า 10 หน้าที่เขาได้อ่านจากมินิบุคเป็นเล่มแรก ฉันเลยชี้แจงแถลงไขให้ฟังว่านั่นเป็นเพียงตัวอย่างค่ะ เล่มหนึ่งกับเล่มสองก็เลยเดินทางจากรถของฉันมาเป็นหนังสือที่มอบให้อ่านสำหรับส่วนกลาง แค่อ่านไป 10 หน้า รปภ.คนฉลาดก็บอกถึงความคล้ายคลึงกับชีวิตของเขามาให้ฉันฟังเรียบร้อย ชีวิตที่ถูกกดดัน และเรื่อยจนถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่เด็กจนหนีแม่มาเผชิญชีวิตด้วยตนเองในกรุงเทพตั้งแต่อายุ 13 ปี พอฉันขออนุญาตนำเรื่องของเขามาเขียน เขาก็ไม่ใคร่จะเต็มใจนัก ฉันเลยขอเล่าให้ฟังเพียงแค่นี้แล้วกันนะ ระหว่างนั้นเองมีสาวน้อยในชุดนักศึกษาเดินมาที่ Reception เห็นหนังสือสองเล่มที่ฉันเอามาให้อ่านกันฟรีๆ เธอตัดสินใจซื้อทันทีเพราะเคยได้อ่านมินิบุคที่ฉันนำมาวางให้หยิบอ่านแล้ว เธอถามว่าหนังสือออกเมื่อไหร่ ฉันก็ว่าออกแล้ว ถ้าจะมีใครอยากได้อีกก็ติดต่อได้เลยนะคะ แถมเขียนเว็บบล้อกนี้ให้เธอไว้ด้วยเผื่ออยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพร์ซโพลิสและอิหร่าน

เมื่อวานไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม้เพื่อนฉันจะรอ (ถูกฉันบังคับให้)ซื้อจากฉัน แต่ก็ได้ความว่าเธอๆ ช่วยฉันโดยการฟอร์เวิร์ดอีเมลไปยังคนที่ชอบอ่านหนังสือและคนที่อ่านแล้วก็บอกว่ามันเป็นหนังสือที่ดี จะมีใครปลื้มไปกว่าฉันเป็นไม่มี

ไปแอบดูว่าที่ Thailand Book Tower จัดวางหนังสือฉัน ณ ที่ใด แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกับหนังสือประเภทที่ไม่ตรงใจฉันนัก แต่ก็โดดเด่นเป็นสง่า เดินเข้าไปก็เห็นทันที จะไปคาดหวังอะไรนักหนา ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว (เนอะ)

วันนี้ไปรับหนังสือเพื่อนำมาขายในงานมหกรรมเห็นสต๊อกหนังสือของสายส่งมากมายเต็มไปหมด หนังสือฉันเป็นเหมือนเม็ดทรายในมหาสมุทร ต้องขอบคุณคุณอาร์ทที่ออกแบบปกให้ได้น่าสนใจ แตกต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ หาง่าย คราวนี้พอฉันตัดสินใจทำหนังสือของคุณมาร์จอเน่เล่มต่อๆ ไป ฉันเลยบอกคุณอาร์ทล่วงหน้าว่า ช่วยคิดหน้าปกของหนังสือเล่มต่อไปด้วยเลยนะคะ ความหมายและเรื่องราวแรงแบบแตกต่างจริงๆ ประมาณว่าพ่อแม่ของณัฐพัดชาต้องอ้าปากหวออีกตามเคย

แปลไปได้ครึ่งเล่มแล้วค่ะ จะรีบดูแลให้หนังสือลงสู่แผงด้วยคุณภาพแน่นปึก ตามไปดูทุกขั้นตอนเหมือนเคยค่ะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจ แม้เพียงไม่กี่อักษรหรือคำพูดไม่กี่คำ แต่มันทำให้หัวใจของณัฐพัดชาพองโตแต่ไม่ถึงกับปริแตกค่ะ พองกำลังตึงๆ ไม่หย่อนไม่ยาน 55

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551

Nat: The Real Entertainer


เสียดายจัง รูปคราวนี้ฉันถ่ายไม่ค่อยชัดเลย แถมแบตก็ใกล้หมด ให้มันได้อย่างงี้สิน่า เมื่อไหร่ต้องการใช้ ไม่ว่าโทรศัพท์มือถือหรือกล้องต้องแบตหมดทุกครั้ง ให้ตายเถอะ
เป็นครั้งแรกที่ฉันไปดูคอนเสิร์ตที่ Karafun แถวสี่แยกเหม่งจ๋าย นาน น๊านที ที่ฉันจะไปต่างถิ่น ปกติฉันก็จะไปแฮงค์อยู่ที่เดิมตลอด 10 ปีได้แล้ว บางคนก็ว่า ทำไมไม่เปลี่ยนบรรยากาศไปที่อื่นบ้าง คนเราถ้าสบายใจหรือชอบอะไรแล้ว จะยังต้องไปไขว่คว้า ค้นหาอยู่มั้ยนั่น ที่ยังต้องเปลี่ยนที่แสดงว่าเป็นคนขี้เบื่อหรือไม่ก็ยังไม่เจออะไรที่ถูกใจ ว่าแต่ไอ้คนขี้เบื่อนั่นน่ะ เพราะสถานที่เดิมๆ มันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นจริงๆ หรือเขาเหล่านั้นมองดูอะไรเพียงผิวเผิน ถ้ามองอะไรให้ลึก สิ่งที่ดูเหมือนจะเดิมๆ ก็มีอะไรลึกๆ ที่แตกต่างนะ จะบอกให้ ฉันเองก็เป็นคนขี้เบื่อ ทำไมฉันไม่เบื่อร้านประจำของฉันหว่า
เข้าเรื่องดีกว่า อ้อมไปไกลแล้วเนี่ย ระหว่างหม่ำChip จิ้ม Guacamole (สะกดอาหารโปรดถูกรึเปล่าเนี่ย) ก็อัพบล้อกไปด้วยค่ะ ฉันไม่คาดคิดหรอกว่า หลานฉันจะมีแฟนๆ มากมายขนาดนี้ แล้วด้วยความที่ไม่ได้ดูคอนเสิร์ตของหลานมานาน ก็เลยเห็นพัฒนาการได้อย่างชัดเจน ปกติเวลาเรามองคน บางคนมองว่าใครเก่ง ไม่เก่ง แต่ฉันว่าคนที่มีพัฒนาการ มีความเปลี่ยนแปลงน่าจะเป็นที่น่ายินดีมากกว่า อีกทั้งถ้าพื้นเดิมก็ดีอยู่แล้ว ยิ่งไปโลดเลยคราวนี้
คอนเสิร์ตคราวนี้สนุก ทำให้คนเส้นลึกอย่างฉัน ขำได้เรื่อยๆ คุณภูษิต ไล้ทองก็ยังไว้ลายความเก๋า เข้ากับเด็กรุ่นหลานได้เป็นอย่างดี การร้องเพลงและเป่าแซกร่วมกันทำให้ฉันหา Generation Gap ไม่เจอ ติดใจหลานร้อง Fly me to the moon จนรู้สึกว่าถึงเวลาที่ฉันจะต้องหัดร้องเพลงนี้ซะทีแล้ว เพลงนี้มันวนเวียนเกี่ยวข้องกันฉันมาหลายครั้งหลายหนซะจนฉันก็นั่งคิดๆ แล้วก็คุยกับตัวเองว่า ทำไมมันถึงได้เกี่ยวกับฉันนักนะเพลงนี้น่ะ
นัทร้อง Playgirl ที่เป็นเวอร์ชั่น Playboy ด้วย ฉันก็กำลังหัดเพลงนี้อยู่เหมือนกัน พอฟังนัทร้องแล้วฉันเลยต้องมาหัดร้องให้เป็นเรื่องเป็นราวอีกครั้ง
ฉันตั้งใจดูคอนเสิร์ต คล้ายจะต้องการศึกษาและวิเคราะห์อะไรๆ แฟนคลับนัทเป็นแฟนคลับที่เรียบร้อยมากและอยู่ในระเบียบ ปฏิบัติตามที่นัทขอความร่วมมือทุกอย่าง ไม่มีการมายืนเย้วๆ หน้าเวที ทุกคนนั่งเรียบร้อย พอถึงเพลงที่ต้องเต้นก็ยืนเต้น ณ ที่นั่งของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ ผู้ใหญ่ก็เช่นกัน
ฉันละขำ มุขของนักดนตรีรุ่นใหญ่อย่างพี่แต๋ง ภูษิต ไล้ทองจริงๆ ตอนที่มีผู้ใหญ่มาเชิญให้พี่แต๋งเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตของนัท พี่แกก็เข้าใจว่าเป็น ณัฐ ยนตรรักษ์ เพลงทีจะต้องเล่นคงไม่พ้นประมาณ บัวขาว ลาวดวงเดือน เรียกเสียงฮาได้ตรึม เมื่อทราบว่าเป็น ณัฐ ศักดาทรต่างหาก สาวๆ ที่มาเต้นคลอเคลียนัทในเพลงเร็วๆ (ซึ่งฉันจำชื่อไม่ได้อะ she bang she bang อะไรเนี่ยล่ะ) ก็เต้นได้ โอ้ โห จริงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ยิ่งเวลาสาวผมตรงยาวประบ่าทำปากเป็นรูปโดนัท โอ้ย อะไรกันนี่!!
มันมีหลายรสหลายอารมณ์ดีจัง เป็นห่วงอยู่อย่างคือ นัทผอมลงมาก ผอมจริงๆ แล้วฉันก็นึกถึงพัดชา ที่ผอมลงจนผิดหูผิดตาเช่นกัน คนจะขึ้นกล้องก็ต้องทำตัวให้ผอม หน้าจะได้ไม่ป่องคับจอ ต้องเสียสละเพื่ออาชีพจริงๆ
รอดูความสำเร็จและความรุ่งเรืองของคนที่พร้อมอย่างนัทไปเรื่อยๆ นะจ๊ะ

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

Lehman Brothers ล้มละลาย

ถ้าฉันยังทำงานอยู่ใน "โลก" ใบเดิม ฉันคงจะตื่นเต้นตกใจกับการล้มละลายของบริษัทให้บริการด้านวาณิชธนกิจรายใหญ่ของโลก ที่มีผลกระทบทำให้หุ้นตกกันระนาว ราคาน้ำมันตก อะไรๆ ก็ตกไปหมด ในฐานะที่เคยอยู่ใน "โลก" ใบนั้น ขอพูดถึงซักเล็กน้อยพอเป็นพิธีละกัน

ประกาศจาก Lehman Brothers เรื่องการล้มละลาย

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2551

แพร์ซโพลิสวางแผงทั่วประเทศนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป

โปรดทราบ...ท่านสามารถซื้อหนังสือแพร์ซโพลิสได้ที่ร้านนายอินทร์ โรงหนัง House RCA และร้านขายหนังสือหน้า Tops ค่ะ สำหรับร้านหนังสืออื่นๆ อาจจะช้านิดนึงนะคะ แต่ถ้าหาซื้อไม่ได้ก็สั่งผ่าน gammemagie@gammemagie.com ได้ค่ะ

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551

Persepolis จัดเรท



แพร์ซโพลิส การ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ที่ควรได้รับคำแนะนำในการอ่าน

วันที่ 11 กันยายน หนังสือการ์ตูนที่เขียนขึ้นจากความทรงจำวัยเด็กของผู้หญิงคนหนึ่งจะมีชีวิตขึ้นในภาคภาษาไทย มาร์จอเน่ ซาทราพิ อาจเป็นเด็กหยาบคาย เป็นนักเรียนตัวร้าย เป็นพั้งค์ เป็นผัก เป็นผู้หญิงก๋ากั่น และเป็นอะไรอีกหลายอย่าง แต่โดยพื้นฐานแล้ว เธอเป็นเพียงเด็กหญิงคนหนึ่งที่พยายามจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดิ้นรนและแสวงหา...การดำรงอยู่ของตัวตนทั้งภายในและภายนอก

เราอยากให้คุณโยนอคติเกี่ยวกับความแตกต่างทั้งหลาย เพศ วัฒนธรรม ศาสนา สงคราม และการเมือง ทิ้งไป และใช้ความรู้สึกเพียวๆ ของการเป็นมนุษย์ในการทำความรู้จักกับเธอ เรามั่นใจว่าถ้าอ่านจนจบ คุณจะเห็นการต่อสู้ของคนเล็กๆ ในสังคมที่เปลี่ยนแปร - ชีวิตที่ปราศจากอิสรเสรีภาพในสังคมที่กดขี่และปิดกั้น และชีวิตที่ไร้ตัวตนในสังคมที่เปี่ยมไปด้วยเสรี - แล้วคุณจะเข้าใจและรักเธอ

เราก็แค่หวัง...ว่าหนังสือเล่มเล็กๆ สองเล่มที่ออกในวันอันมีนัยโหดร้ายวันนั้น จะมีอิทธิพลและส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ในทิศทางตรงข้าม ทะลุเปลือกนอกและอคติทั้งปวง ด้วยเชื่อมั่นในอัศจรรย์ของมนุษย์
+++