และแล้ว ฉันก็ยังไม่ได้อัพโหลดรูปดอกไม้เจ้าสาวที่ฉันแย่งชิงมาได้!! เอ แต่วันก่อนดูที่วิดีโองานแต่งงาน ฉันยื่นช่อดอกไม้ช่อนั้นให้ป้าอู๋ผู้ร้องเพลงอลังในงานนินา ป้าอู๋บอกว่าอย่างนี้ก็ต้องโอนการเป็นเจ้าสาวให้ป้านะสิ คราวนี้มนต์ขลังแห่งช่อดอกไม้เจ้าสาวจะยังอยู่มั้ยหนอ
วันนี้ฉันดีใจอีกแล้ว ที่เจอหนุ่ม (ไม่ค่อยนัก) ต่างแดนที่รู้จักและชื่นชอบผลงานของมาร์จอเน่ ซาทราพิ ทั้งที่ฉันแปลแล้วและกำลังแปล รู้แบบที่รู้ว่ารู้จริงๆ ไม่ใช่แค่เพื่อให้คุยภาษาเดียวกัน นอกจากนี้ รุ่นพี่ใหญ่ในวงการแปลยังให้ทั้งคำแนะนำ ความช่วยเหลือ และความร่วมมือ น้ำใจของพี่ ณัฐพัดชา ซาบซึ้งมากค่ะ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากจะเอ่ยชื่อเพราะ ความที่ออกจะกะเปิ๊บกะป๊าบของดิฉัน อาจพูดจาอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรได้
ใครอ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ ขอให้คิดซะว่า คนที่พุธตกมรณะก็เป็นเช่นนี้แล โปรดอย่าถือสานะเจ้าคะ
วันนี้อยากพูดเรื่องอาชีพใหม่ (ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นอาชีพได้รึเปล่า เพราะ แทนที่จะทำแล้วได้เงิน กลับเสียตังค์) ฉันไปเป็นนักร้องอาสาสมัครที่ร้าน Seven Heaven จตุจักร โครงการ 7 ซอย 1 ร้านเจ้าของเดียวกับ VIVA ที่โครงการ 26 ฉันเพิ่งค้นพบร้านนี้ได้ไม่นานแต่รู้สึกว่าเป็นห้องรับแขกบ้านฉันได้อีกห้องนึง
หน้าที่ของฉันตอนนี้ก็ต้องอัพเดทตัวเอง ท่องเพลงที่ร้องได้ให้ขึ้นใจ และหัดร้องเพลงใหม่ๆ จะได้มั่นใจที่เวที ควรจะเป็นเพลงฝรั่งนะ เพราะแขกที่เข้าร้านส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ อาจต้องหัดร้องเพลงจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อย่างละเพลง เพื่อเป็น entertainer ที่สมบูรณ์
ว่าแล้วก็จะอัพรูปร้าน Seven Heaven ให้ดูกัน ติดไว้สองเรื่องแล้วนะเนี่ย จะได้ทำเมื่อไหร่ละเนี่ย
วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551
วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2551
เงินที่แตกต่าง
เมื่อวาน ฉันไปศูนย์สิริกิติ์เพื่อเก็บหนังสือที่ขายไม่หมด ได้รับสายจากสนพ.วงกลมตั้งแต่วัน บอกให้ไปเคลียร์เงินตั้งแต่หกโมงเย็น ฉันเลยบอกว่านัดเด็กไปช่วยขนหนังสือตอนสองทุ่ม ทางร้านบอกว่า ไม่ต้องขนหรอก ตอนที่รับสาย ฉันก็คิดว่าอาจจะเหลือสักสามสี่เล่ม พอไปถึงที่บูธ หกโมงกว่าๆ เหลือบมองดูหนังสือของกำมะหยี่ที่บูธ...
หาไม่เจอ!
สรุปว่าขายหมด (ขายหมดจริงๆ) ฉันมีหน้าที่ไปรับเงิน ตกใจเหมือนกันกับจำนวนเงินที่ได้รับ และเมื่อรวมกับอีกสองบูธแล้ว มันมากจนฉันตกใจ อาจเป็นเพราะฉันไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าว่าควรจะได้กี่บาท ทั้งๆ ที่ก็ขนหนังสือไปส่งที่บูธต่างๆ ด้วยตัวเอง มันไม่ได้มากมายอะไรนักหรอกนะ สมัยที่ฉันเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเล่นหุ้น แป๊บๆ ก็อาจจะได้มากกว่าที่ได้วันนี้เสียอีก
แต่ ความสุขที่ได้จากการกำเงินจากการขายหนังสือของสำนักพิมพ์ ของหนังสือที่ฉันแปลเอง ที่เห็นน้องมาเดินถามหาแพร์ซโพลิสเล่ม 2 ในวันสุดท้าย และรอให้ฉันกลับไปเอาหนังสือจากที่รถมาให้ เพราะที่บูธอัลเทอร์เนทีฟ ไรเตอร์ก็หมด ลืมนึกไปว่าที่บูธพันธมิตรอีกสองบูธคือของพี่แป๊ดกับของคุณจ้อกก็ยังมีติดอยู่
น้องขอลายเซ็นที่ฉันไม่ค่อยคิดว่าจะมีคนอยากได้เท่าใดนัก ไม่แค่นั้น เมื่อน้องจากบูธนี้ไปแล้ว และฉันเก็บหนังสือและเคลียร์เงิน กำลังจะเดินไปที่รถเพื่อไปกินแชร์กับญาติ ฉันก็เห็นน้องคนเดิมอยู่ในบูธอื่นกำลังอ่านมินิบุคแพร์ซโพลิสเล่ม 2 อดไม่ได้ แอบไปกระซิบว่า เอาไว้อ่านที่บ้านก็ได้ค่ะ
ฉันขนลุกและรู้สึกชาอยู่หลายครั้งเมื่อวานนี้ เงินน้อยกว่าแต่ความสุขเหลือล้น สงสัยฉันจะดูเด็กลงด้วยเพราะอดรีนาลีนหลั่ง!!
หาไม่เจอ!
สรุปว่าขายหมด (ขายหมดจริงๆ) ฉันมีหน้าที่ไปรับเงิน ตกใจเหมือนกันกับจำนวนเงินที่ได้รับ และเมื่อรวมกับอีกสองบูธแล้ว มันมากจนฉันตกใจ อาจเป็นเพราะฉันไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าว่าควรจะได้กี่บาท ทั้งๆ ที่ก็ขนหนังสือไปส่งที่บูธต่างๆ ด้วยตัวเอง มันไม่ได้มากมายอะไรนักหรอกนะ สมัยที่ฉันเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเล่นหุ้น แป๊บๆ ก็อาจจะได้มากกว่าที่ได้วันนี้เสียอีก
แต่ ความสุขที่ได้จากการกำเงินจากการขายหนังสือของสำนักพิมพ์ ของหนังสือที่ฉันแปลเอง ที่เห็นน้องมาเดินถามหาแพร์ซโพลิสเล่ม 2 ในวันสุดท้าย และรอให้ฉันกลับไปเอาหนังสือจากที่รถมาให้ เพราะที่บูธอัลเทอร์เนทีฟ ไรเตอร์ก็หมด ลืมนึกไปว่าที่บูธพันธมิตรอีกสองบูธคือของพี่แป๊ดกับของคุณจ้อกก็ยังมีติดอยู่
น้องขอลายเซ็นที่ฉันไม่ค่อยคิดว่าจะมีคนอยากได้เท่าใดนัก ไม่แค่นั้น เมื่อน้องจากบูธนี้ไปแล้ว และฉันเก็บหนังสือและเคลียร์เงิน กำลังจะเดินไปที่รถเพื่อไปกินแชร์กับญาติ ฉันก็เห็นน้องคนเดิมอยู่ในบูธอื่นกำลังอ่านมินิบุคแพร์ซโพลิสเล่ม 2 อดไม่ได้ แอบไปกระซิบว่า เอาไว้อ่านที่บ้านก็ได้ค่ะ
ฉันขนลุกและรู้สึกชาอยู่หลายครั้งเมื่อวานนี้ เงินน้อยกว่าแต่ความสุขเหลือล้น สงสัยฉันจะดูเด็กลงด้วยเพราะอดรีนาลีนหลั่ง!!
ป้ายกำกับ:
กำมะหยี่,
ความนึกคิด,
งานของฉัน,
ไดอารี่,
แพร์ซโพลิส
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ช่อดอกไม้เจ้าสาว-นางงาม-มินิบุค
ง่ายๆ ตรงไปตรงมา ระหว่างที่น้องนักศึกษาชูมินิบุค แพร์ซโพลิสเวอร์ชั่น 2 (ที่นำเรื่อง "ผัก" มาไว้แทน "ฮิญาบ" ของเวอร์ชั่นแรก อีกทั้งรวมความคิดเห็นจากผู้อ่านแพร์ซโพลิสเวอร์ชั่นภาษาไทยของคุณวีระกิจและคุณนุ้ย เรายังจัดให้โหวตลงคะแนนที่http://www.gammemagie.com/ ว่าอยากให้กำมะหยี่จัดพิมพ์หนังสือเล่มใดของมาร์จอเน่ ซาทราพิ เป็นเล่มต่อไป) โบกสะบัดและวางกระจายตามจุดประชาสัมพันธ์ของงานมหกรรมหนังสือ เปิด DVD Persepolis rerun มันทั้งวัน ยัยผู้แปลแวะไปแป๊บ ดูแลให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบร้อย แวะไปยิ้มหวานกับบรรดาเจ้าของบูธผู้ใจดีที่น่ารัก ยินดีให้กำมะหยี่นำหนังสือไปฝากขาย อันได้แก่ บูธ สนพ.วงกลม L01 บูธ พี่แป๊ด M16 (ชื่อโหดมากแต่จำแม่นที่สุด) บูธอัลเธอร์เนทีฟ ไรเตอร์ N 07 และบูธผู้พิมพ์หนังสือของเราทุกเล่ม คุณจ้อก P11 อ้อ เกือบลืม บูธร้านนายอินทร์ผู้จัดจำหน่ายหนังสือของสำนักพิมพ์กำมะหยี่ทุกเล่ม และยังยินดีให้กำมะหยี่ยึดพื้นที่นักเขียนพบนักอ่านเปิด DVD Persepolis พร้อมแจกมินิบุคกับผู้มาเยี่ยมเยือน
พูดไปตั้งยาว จะบอกว่า ทำงานแล้วนะ ถึงไปงานแต่งงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาน่ะ หมู่นี้ไม่ค่อยได้อัพบล้อก ด้วยไม่รู้ว่าจะเลือกเรื่องไหนมาเล่าก่อนดี เอ หรือจะเอาไปใส่ไว้ในบล้อกส่วนตัว แต่ถ้างั้นบล้อกณัฐพัดชา ก็คงจะแห้งเหี่ยวไม่มีข้อมูลจนกว่าจะคึกคักกับหนังสือเล่มใหม่นินา ก็ตอนนี้ยัยณัฐพัดชา ไปทำหลายหน้าที่เหลือเกิน เราจะเอาเรื่องเบื้องหลังการเข้าไปอยู่ในแวดวงนางงามมาเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะ ว่าแต่ ใครยังอยู่ในวัยที่ประกวดได้ ถ้าสนใจอยากเป็นนางสาวไทยที่ไม่ได้ไปประกวดเวทีไหนต่อ เมื่อได้ตำแหน่งนางสาวไทยแล้วก็ได้ตำแหน่งทูตวัฒนธรรมและทูตการท่องเที่ยวไปในตัว เป็นตัวแทนของททท ในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวไทยในต่างแดนและร่วมกิจกรรมอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นนางสาวไทยที่งามด้วยปัญญา ไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำประกวดด้วยล่ะ แถลงข่าววันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2551 ที่แฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน บ่ายสองโมง รับสมัครตั้งแต่วันแถลงข่าวถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่เว็บ mcot.net หรือติดต่อสื่อสารองค์กร ช่อง 9 อ.ส.ม.ท.
ขึ้นชื่อว่าช่อดอกไม้เจ้าสาว ขอย้อนไปเรื่องงานแต่งงานเมื่อวันศุกร์หน่อยนะเธอ ฉันได้คว้าได้ช่อดอกไม้ของเจ้าสาวที่โยนให้สาวที่อยากแต่งงานทั้งหลาย ด้วยความที่ก้านยาว จึงเอื้อมมือคว้าช่อดอกไม้แดงได้ก่อนเพื่อน ด้วยฤทธิ์ไวน์ขาวหลายแก้วอยู่ทำให้ความเป็นคนใจดีไม่มีเหลือ เมื่อคว้าได้ ก็ต้องยื้อยุดมาเป็นของฉัน แอบยิ้มเล็กๆ ให้สาวอีกคนที่คว้าปลายช่อเดียวกันด้วย
กลับบ้านแล้วจะโหลดรูปช่อดอกไม้แห่งอนาคตมาให้ดูนะจ๊ะ เอาใจช่วยณัฐพัดชาด้วย เผื่อจะได้ "นายทุนทำหนังสือ" ให้
แถมท้ายด้วยความเชื่อเรื่องช่อดอกไม้ของเจ้าสาวจาก yahoo ค่ะ
++What is the reason for the bride to throw her flower bouquet?
++it used to be superstition that anyone who got something from the bride would have good fortune in finding a mate (thus who catches it gets married next)People used to chase the bride and groom to try to take something form her (like pieces of dress etc.) so brides got smart and threw their boquet to distract the people. also it considered good luck at finding a mate if you stole the brides stockings so people would try to steel them as well, the garter was used to hold up the stockings and brides would throw the garter to distract them as well. thus comes the garter toss.The luck of the bride also comes in with the someting new, old, borrowed, and blue. the something borrowed is suposed to be something from a bride with a successful marriage so that the luck would be passed on to the new bride.GodBless!
พูดไปตั้งยาว จะบอกว่า ทำงานแล้วนะ ถึงไปงานแต่งงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาน่ะ หมู่นี้ไม่ค่อยได้อัพบล้อก ด้วยไม่รู้ว่าจะเลือกเรื่องไหนมาเล่าก่อนดี เอ หรือจะเอาไปใส่ไว้ในบล้อกส่วนตัว แต่ถ้างั้นบล้อกณัฐพัดชา ก็คงจะแห้งเหี่ยวไม่มีข้อมูลจนกว่าจะคึกคักกับหนังสือเล่มใหม่นินา ก็ตอนนี้ยัยณัฐพัดชา ไปทำหลายหน้าที่เหลือเกิน เราจะเอาเรื่องเบื้องหลังการเข้าไปอยู่ในแวดวงนางงามมาเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะ ว่าแต่ ใครยังอยู่ในวัยที่ประกวดได้ ถ้าสนใจอยากเป็นนางสาวไทยที่ไม่ได้ไปประกวดเวทีไหนต่อ เมื่อได้ตำแหน่งนางสาวไทยแล้วก็ได้ตำแหน่งทูตวัฒนธรรมและทูตการท่องเที่ยวไปในตัว เป็นตัวแทนของททท ในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวไทยในต่างแดนและร่วมกิจกรรมอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นนางสาวไทยที่งามด้วยปัญญา ไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำประกวดด้วยล่ะ แถลงข่าววันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2551 ที่แฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน บ่ายสองโมง รับสมัครตั้งแต่วันแถลงข่าวถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่เว็บ mcot.net หรือติดต่อสื่อสารองค์กร ช่อง 9 อ.ส.ม.ท.
ขึ้นชื่อว่าช่อดอกไม้เจ้าสาว ขอย้อนไปเรื่องงานแต่งงานเมื่อวันศุกร์หน่อยนะเธอ ฉันได้คว้าได้ช่อดอกไม้ของเจ้าสาวที่โยนให้สาวที่อยากแต่งงานทั้งหลาย ด้วยความที่ก้านยาว จึงเอื้อมมือคว้าช่อดอกไม้แดงได้ก่อนเพื่อน ด้วยฤทธิ์ไวน์ขาวหลายแก้วอยู่ทำให้ความเป็นคนใจดีไม่มีเหลือ เมื่อคว้าได้ ก็ต้องยื้อยุดมาเป็นของฉัน แอบยิ้มเล็กๆ ให้สาวอีกคนที่คว้าปลายช่อเดียวกันด้วย
กลับบ้านแล้วจะโหลดรูปช่อดอกไม้แห่งอนาคตมาให้ดูนะจ๊ะ เอาใจช่วยณัฐพัดชาด้วย เผื่อจะได้ "นายทุนทำหนังสือ" ให้
แถมท้ายด้วยความเชื่อเรื่องช่อดอกไม้ของเจ้าสาวจาก yahoo ค่ะ
++What is the reason for the bride to throw her flower bouquet?
++it used to be superstition that anyone who got something from the bride would have good fortune in finding a mate (thus who catches it gets married next)People used to chase the bride and groom to try to take something form her (like pieces of dress etc.) so brides got smart and threw their boquet to distract the people. also it considered good luck at finding a mate if you stole the brides stockings so people would try to steel them as well, the garter was used to hold up the stockings and brides would throw the garter to distract them as well. thus comes the garter toss.The luck of the bride also comes in with the someting new, old, borrowed, and blue. the something borrowed is suposed to be something from a bride with a successful marriage so that the luck would be passed on to the new bride.GodBless!
ป้ายกำกับ:
กำมะหยี่,
ณัฐพัดชา,
แต่งงาน,
นางสาวไทย,
แพร์ซโพลิส,
Persepolis
วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2551
PERSEPOLIS…ตราบรากเหง้าเราหยั่งลึก
โดย ผู้จัดการออนไลน์
8 ตุลาคม 2551 00:11 น.
...เสรีภาพเป็นสิ่งที่เราได้มาพร้อมกับความสูญเสีย...
อ่านต่อได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์
8 ตุลาคม 2551 00:11 น.
...เสรีภาพเป็นสิ่งที่เราได้มาพร้อมกับความสูญเสีย...
เป็นเพียงน้ำเสียงหนึ่งของ PERSEPOLIS ผลงานการ์ตูนน่าอ่าน โดย Marjane Satrapi (ฉบับภาษาไทย แปลโดย ณัฐพัดชา สำนักพิมพ์ กำมะหยี่) นับเป็นการ์ตูนเรื่องเยี่ยมที่จะทำให้คุณตระหนักถึงความหมายของคำว่า ‘ชีวิต’...
ชีวิต...ในความหมายที่มิใช่เพียงการขีดวาดลากเส้นให้ตรง โดยไม่สะดุด หกล้ม พลาดพลั้ง บาดเจ็บ ทุลักทุเล แล้วเดินไปตามทางนั้นกระทั่งถึงจุดหมายซึ่งวาดหวังให้เป็นไป
หากคือชีวิตที่จำต้องออก ‘เดินทาง’ เพื่อค้นหา ทำความเข้าใจ และยอมรับกฎเกณฑ์ของโลกแห่งความเป็นจริง แม้ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณจะบอบช้ำบาดเจ็บ เต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์...
ไม่ว่าร่องรอยทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น เป็นผลพวงที่ได้รับจากสมรภูมิรบ แดนมิคสัญญีคุกรุ่น หรือจากคนรอบข้างในท่ามกลางโลกกว้างอันแสนเคว้งคว้างว่างเปล่า
อ่านต่อได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์
ป้ายกำกับ:
ณัฐพัดชา,
แพร์ซโพลิส,
มาร์จอเน่ ซาทราพิ,
หนังสือแปล,
อิหร่าน,
Marjane Satrapi,
Persepolis
วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551
ความเห็นผู้อ่านแพร์ซโพลิส Feedback from Persepolis Readers
อีเมลจากผู้อ่านเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับคนที่นำเสนอผลงาน ผู้อ่านหนังสือที่ฉันแปล ส่งข้อความด้วยใจมาว่า ชอบที่ฉันไม่ได้ถอดเสียงคำอ่านชื่อของผู้เขียนเหมือนกับที่อ่านกันในภาษาอังกฤษ ว่า มาร์จาน (Marjane) ก็เพราะฉันยึดตามเพื่อนชาวอิหร่านที่น่ารักที่สุด เมื่อใดที่ขอความช่วยเหลือเรื่องการออกเสียงให้ถูกต้องตามแบบที่คนอิหร่านพูดกัน เขาคนนั้นไม่เคยอิดออดช่วยเหลือฉันเป็นอย่างดี แล้วฉันก็เขียนคำอ่านภาษาไทยของชื่อผู้เขียนว่า มาร์จอเน่ แบบที่ต้องมานั่งตกลงกับบรรณาธิการและพิสูจน์อักษรว่า ฉันจะเก็บไม้เอกไว้อย่างนี้ล่ะ ก็ต้องคอยแก้กันเพราะเราก็แปลแล้วก็อ่านไปตามประสา ก่อนที่จะมาสอบถามการออกเสียงที่ถูกต้องจากเจ้าของภาษา
อีกหนึ่งความประทับใจจากพนักงานในร้านประจำของฉันที่นำนิยายภาพเรื่องนี้ไปอ่านระหว่างทางกลับบ้าน และอ่านซ้ำถึงสองรอบ พร้อมกับเล่าให้ฉันฟังถึงความสนใจเกี่ยวกับเรื่องสินสอดที่ต้องให้กับครอบครัวของผู้หญิงก่อนที่จะฆ่า ฟังแล้วอาจจะงง ก็ถือว่าเป็นการพยายามพูดให้ไปซื้อหนังสือมาอ่านแล้วกันนะคะ 555
วันนี้ระหว่างที่ฉันนั่งรอผู้ร่วมใช้แรงงานแบกหามหนังสือ ก็ได้พูดคุยกับรปภ. ซึ่งเคยอ่านมินิบุคแพร์ซโพลิสแล้ว เขาถามถึงหนังสือภาคสอง โดยเข้าใจว่า 10 หน้าที่เขาได้อ่านจากมินิบุคเป็นเล่มแรก ฉันเลยชี้แจงแถลงไขให้ฟังว่านั่นเป็นเพียงตัวอย่างค่ะ เล่มหนึ่งกับเล่มสองก็เลยเดินทางจากรถของฉันมาเป็นหนังสือที่มอบให้อ่านสำหรับส่วนกลาง แค่อ่านไป 10 หน้า รปภ.คนฉลาดก็บอกถึงความคล้ายคลึงกับชีวิตของเขามาให้ฉันฟังเรียบร้อย ชีวิตที่ถูกกดดัน และเรื่อยจนถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่เด็กจนหนีแม่มาเผชิญชีวิตด้วยตนเองในกรุงเทพตั้งแต่อายุ 13 ปี พอฉันขออนุญาตนำเรื่องของเขามาเขียน เขาก็ไม่ใคร่จะเต็มใจนัก ฉันเลยขอเล่าให้ฟังเพียงแค่นี้แล้วกันนะ ระหว่างนั้นเองมีสาวน้อยในชุดนักศึกษาเดินมาที่ Reception เห็นหนังสือสองเล่มที่ฉันเอามาให้อ่านกันฟรีๆ เธอตัดสินใจซื้อทันทีเพราะเคยได้อ่านมินิบุคที่ฉันนำมาวางให้หยิบอ่านแล้ว เธอถามว่าหนังสือออกเมื่อไหร่ ฉันก็ว่าออกแล้ว ถ้าจะมีใครอยากได้อีกก็ติดต่อได้เลยนะคะ แถมเขียนเว็บบล้อกนี้ให้เธอไว้ด้วยเผื่ออยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพร์ซโพลิสและอิหร่าน
เมื่อวานไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม้เพื่อนฉันจะรอ (ถูกฉันบังคับให้)ซื้อจากฉัน แต่ก็ได้ความว่าเธอๆ ช่วยฉันโดยการฟอร์เวิร์ดอีเมลไปยังคนที่ชอบอ่านหนังสือและคนที่อ่านแล้วก็บอกว่ามันเป็นหนังสือที่ดี จะมีใครปลื้มไปกว่าฉันเป็นไม่มี
ไปแอบดูว่าที่ Thailand Book Tower จัดวางหนังสือฉัน ณ ที่ใด แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกับหนังสือประเภทที่ไม่ตรงใจฉันนัก แต่ก็โดดเด่นเป็นสง่า เดินเข้าไปก็เห็นทันที จะไปคาดหวังอะไรนักหนา ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว (เนอะ)
วันนี้ไปรับหนังสือเพื่อนำมาขายในงานมหกรรมเห็นสต๊อกหนังสือของสายส่งมากมายเต็มไปหมด หนังสือฉันเป็นเหมือนเม็ดทรายในมหาสมุทร ต้องขอบคุณคุณอาร์ทที่ออกแบบปกให้ได้น่าสนใจ แตกต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ หาง่าย คราวนี้พอฉันตัดสินใจทำหนังสือของคุณมาร์จอเน่เล่มต่อๆ ไป ฉันเลยบอกคุณอาร์ทล่วงหน้าว่า ช่วยคิดหน้าปกของหนังสือเล่มต่อไปด้วยเลยนะคะ ความหมายและเรื่องราวแรงแบบแตกต่างจริงๆ ประมาณว่าพ่อแม่ของณัฐพัดชาต้องอ้าปากหวออีกตามเคย
แปลไปได้ครึ่งเล่มแล้วค่ะ จะรีบดูแลให้หนังสือลงสู่แผงด้วยคุณภาพแน่นปึก ตามไปดูทุกขั้นตอนเหมือนเคยค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ แม้เพียงไม่กี่อักษรหรือคำพูดไม่กี่คำ แต่มันทำให้หัวใจของณัฐพัดชาพองโตแต่ไม่ถึงกับปริแตกค่ะ พองกำลังตึงๆ ไม่หย่อนไม่ยาน 55
อีกหนึ่งความประทับใจจากพนักงานในร้านประจำของฉันที่นำนิยายภาพเรื่องนี้ไปอ่านระหว่างทางกลับบ้าน และอ่านซ้ำถึงสองรอบ พร้อมกับเล่าให้ฉันฟังถึงความสนใจเกี่ยวกับเรื่องสินสอดที่ต้องให้กับครอบครัวของผู้หญิงก่อนที่จะฆ่า ฟังแล้วอาจจะงง ก็ถือว่าเป็นการพยายามพูดให้ไปซื้อหนังสือมาอ่านแล้วกันนะคะ 555
วันนี้ระหว่างที่ฉันนั่งรอผู้ร่วมใช้แรงงานแบกหามหนังสือ ก็ได้พูดคุยกับรปภ. ซึ่งเคยอ่านมินิบุคแพร์ซโพลิสแล้ว เขาถามถึงหนังสือภาคสอง โดยเข้าใจว่า 10 หน้าที่เขาได้อ่านจากมินิบุคเป็นเล่มแรก ฉันเลยชี้แจงแถลงไขให้ฟังว่านั่นเป็นเพียงตัวอย่างค่ะ เล่มหนึ่งกับเล่มสองก็เลยเดินทางจากรถของฉันมาเป็นหนังสือที่มอบให้อ่านสำหรับส่วนกลาง แค่อ่านไป 10 หน้า รปภ.คนฉลาดก็บอกถึงความคล้ายคลึงกับชีวิตของเขามาให้ฉันฟังเรียบร้อย ชีวิตที่ถูกกดดัน และเรื่อยจนถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่เด็กจนหนีแม่มาเผชิญชีวิตด้วยตนเองในกรุงเทพตั้งแต่อายุ 13 ปี พอฉันขออนุญาตนำเรื่องของเขามาเขียน เขาก็ไม่ใคร่จะเต็มใจนัก ฉันเลยขอเล่าให้ฟังเพียงแค่นี้แล้วกันนะ ระหว่างนั้นเองมีสาวน้อยในชุดนักศึกษาเดินมาที่ Reception เห็นหนังสือสองเล่มที่ฉันเอามาให้อ่านกันฟรีๆ เธอตัดสินใจซื้อทันทีเพราะเคยได้อ่านมินิบุคที่ฉันนำมาวางให้หยิบอ่านแล้ว เธอถามว่าหนังสือออกเมื่อไหร่ ฉันก็ว่าออกแล้ว ถ้าจะมีใครอยากได้อีกก็ติดต่อได้เลยนะคะ แถมเขียนเว็บบล้อกนี้ให้เธอไว้ด้วยเผื่ออยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพร์ซโพลิสและอิหร่าน
เมื่อวานไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม้เพื่อนฉันจะรอ (ถูกฉันบังคับให้)ซื้อจากฉัน แต่ก็ได้ความว่าเธอๆ ช่วยฉันโดยการฟอร์เวิร์ดอีเมลไปยังคนที่ชอบอ่านหนังสือและคนที่อ่านแล้วก็บอกว่ามันเป็นหนังสือที่ดี จะมีใครปลื้มไปกว่าฉันเป็นไม่มี
ไปแอบดูว่าที่ Thailand Book Tower จัดวางหนังสือฉัน ณ ที่ใด แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกับหนังสือประเภทที่ไม่ตรงใจฉันนัก แต่ก็โดดเด่นเป็นสง่า เดินเข้าไปก็เห็นทันที จะไปคาดหวังอะไรนักหนา ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว (เนอะ)
วันนี้ไปรับหนังสือเพื่อนำมาขายในงานมหกรรมเห็นสต๊อกหนังสือของสายส่งมากมายเต็มไปหมด หนังสือฉันเป็นเหมือนเม็ดทรายในมหาสมุทร ต้องขอบคุณคุณอาร์ทที่ออกแบบปกให้ได้น่าสนใจ แตกต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ หาง่าย คราวนี้พอฉันตัดสินใจทำหนังสือของคุณมาร์จอเน่เล่มต่อๆ ไป ฉันเลยบอกคุณอาร์ทล่วงหน้าว่า ช่วยคิดหน้าปกของหนังสือเล่มต่อไปด้วยเลยนะคะ ความหมายและเรื่องราวแรงแบบแตกต่างจริงๆ ประมาณว่าพ่อแม่ของณัฐพัดชาต้องอ้าปากหวออีกตามเคย
แปลไปได้ครึ่งเล่มแล้วค่ะ จะรีบดูแลให้หนังสือลงสู่แผงด้วยคุณภาพแน่นปึก ตามไปดูทุกขั้นตอนเหมือนเคยค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ แม้เพียงไม่กี่อักษรหรือคำพูดไม่กี่คำ แต่มันทำให้หัวใจของณัฐพัดชาพองโตแต่ไม่ถึงกับปริแตกค่ะ พองกำลังตึงๆ ไม่หย่อนไม่ยาน 55
ป้ายกำกับ:
ณัฐพัดชา,
แพร์ซโพลิส,
มาร์จอเน่ ซาทราพิ,
Marjane Satrapi,
Persepolis
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
